ไม่ถือว่าผิดความคาดหมายนักสำหรับ "บัญชีทรัพย์สินหนี้สิน” ของเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.การคลัง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ปรากฏว่า นายกฯ และนางพักตร์พิไล คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,020,468,727 บาท เพราะเศรษฐาก่อนหน้านี้คือนักธุรกิจใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และยังมีหุ้นจำนวนมากในบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาแสนสิริก็มีผลประกอบการมีรายได้แต่ละปีหลักร้อนล้านพันล้านบาท แต่ที่เรียกเสียงฮือฮามากกว่า น่าจะเป็น ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่ปรากฏว่าแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินตนเองและคู่สมรส ไว้ร่วม 1.5 พันล้านบาท ซึ่งคู่สมรสก็คือ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ ที่ตอนนี้เป็นรอง ผบก.กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวฯ โดย รมว.การอุดมศึกษาฯ แจ้งว่า ตนเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินทั้งสิ้น
1,531,121,679 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของ น.ส.ศุภมาส 152,882,369 บาท เป็นทรัพย์สินของ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ 1,378,239,310 บาท นอกจากนี้ แจ้งว่ามีหนี้สิน 615,978,746 บาท โดยเป็นหนี้สินของ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ 615,851,325 บาท ซึ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ สำหรับทรัพย์สินของ น.ส.ศุภมาส ประกอบด้วย เงินฝาก 4,827,261 บาท ที่ดิน 18,570,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,000,000 บาท ทรัพย์สินอื่น จำนวน 14 ราย มูลค่า 119,485,369 บาท อาทิ นาฬิกา 10 เรือน มูลค่า 22 ล้านบาท เครื่องประดับ 61 ชิ้น มูลค่า 69 ล้านบาท เป็นต้น ...อย่างไรก็ตาม สำหรับแวดวงการเมือง ต่างรู้กันดีว่า “รัฐมนตรีผึ้ง-ศุภมาศ” รวยมานานแล้ว โดยเฉพาะช่วงหลังที่ร่ำรวยจากธุรกิจการทำโรงงานผลิตเครื่องสำอางต่างๆ รวมถึงการรวยจากธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่งในแวดวงการเมืองไทย ส่วนสามีนั้น ข่าวว่าเธอกับสามี รู้จักเป็นแฟนกันตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีผึ้งเรียนอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และคบหาดูใจกันเรื่อยมา จนสร้างครอบครัวมาถึงทุกวันนี้
...อีกหนึ่งเรื่องร้อนทางการเมืองที่รออยู่ในปีหน้า 2567 ก็คือ นโยบาย ดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลเพื่อไทยจะเข็นออกกฎหมายกู้เงินห้าแสนล้านบาท มาแจกประชาชนคนละหนึ่งหมื่นบาท ที่คาดว่าภายในต้นปีหน้า คือไม่น่าเกินสัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม 2567 ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาก็น่าจะมีความเห็นส่งกลับไปยังกระทรวงการคลัง หลัง ก.คลังทำหนังสือสอบถามไปว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวควรต้องทำอย่างไร โดยเรื่องนี้ฝ่ายค้าน หัวหอกหลักที่ตรวจสอบเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต คือ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า เตรียมจะเสนอร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ว่า อยากให้ นพ.พรหมินทร์รอคำตอบที่ชัดเจนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน เพราะจะได้เตรียมการทุกอย่างให้แล้วเสร็จ และหากคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ไม่สามารถออกเป็นร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ได้ ก็จะสามารถเปลี่ยนแผนได้ทันท่วงที เพราะตามไทม์ไลน์เดิมก็ถูกเลื่อนมาแล้วสองครั้ง ที่ก็ไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลได้เตรียมแผนสำรองไว้บ้างหรือไม่ เท่าที่ตรวจสอบแล้ว หากไม่สามารถออกร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทได้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่จะเข้าที่ประชุมสภาในอีกไม่กี่วัน ก็คงจะแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว...ดิจิทัลวอลเล็ตสุดท้ายจะเกิดขึ้นหรือจะแท้งกลางคัน ด่านแรกก็อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาฯ แล้วว่าจะไฟเขียวหรือกดไฟแดง ที่คำตอบจะออกมาในเดือน ม.ค.ปีหน้า
สำหรับอีกหนึ่งปมร้อนการเมืองที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าก็คือ เปิดปฏิทินปี 2567 มาแค่สามวัน สภาก็จะพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ในช่วง 3-5 ม.ค.2567 เรื่องนี้ฝ่ายรัฐบาลก็เน้นย้ำมากว่าขอให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลต้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวราบรื่น ผ่านสภาออกมาโดยเร็ว ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีหลายกระทรวงก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้คอยชี้แจงตอบคำถามของ ส.ส.ที่จะอภิปรายซักถามกัน ทั้ง ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่คงใช้เวทีนี้แสดงฝีมือการเป็นฝ่ายค้านให้ประชาชนเห็นกันสักตั้ง ทั้งก้าวไกล-ประชาธิปัตย์...
หินกลิ้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน


