ดันอีวีให้ครบวงจร

เดี๋ยวนี้จะไปทางไหนก็เริ่มเห็นคนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กันมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มรถไฟฟ้า 100% ที่ขับโฉบไปโฉบมาให้ยลโฉมกันเต็มถนนไปหมด และสังเกตได้ง่ายๆ คือรูปทรงที่จะดูทันสมัย สวยงาม หรือน่ารักน่าชังกว่ารถในยุคเก่าๆ อยู่มาก แถมสีสันที่มีให้เลือกหลากหลายก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ร่วมทางได้ด้วยเช่นกัน

ในปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่าอุตสาหกรรมรถอีวีเริ่มประสบความสำเร็จกันเพิ่มมากขึ้น มีหลายบริษัทเข้ามาทำตลาดในประเทศ และดึงฐานลูกค้าไปเพิ่มจนเติบโตได้อย่างดี อาจจะด้วยการสนับสนุนของทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และแน่นอนว่าในปี 2567 นี้ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งปีทองของกลุ่มรถอีวี หลังจากภาครัฐผ่านนโยบายสนับสนุนอีวี 3.5 ที่มีแผนส่งเสริมให้ทั้งการใช้ การผลิต และการนำเข้าอีวีมีมากขึ้น

ในอีกมุมหนึ่งอีวีเองไม่ใช่แค่รถยนต์เพื่อกลุ่มผู้ใช้รถส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรถสาธารณะด้วย ที่ปัจจุบันเราจะเริ่มเห็นรถอีวีถูกนำไปใช้เป็นรถสาธารณะให้บริการในหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถเมล์ รถตุ๊กๆ หรือวินมอเตอร์ไซค์ ขณะเดียวกันในช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมาก็ได้มีการผลักดันการใช้รถอีวีในรถสาธารณะอีกด้านหนึ่ง คือกลุ่มรถแท็กซี่ ที่มีบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme Plus) ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น AION ES (ไอออน อีเอส) ให้แก่บริษัท สุขสวัสดิ์แท็กซี่ จำกัด สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร และสหกรณ์อาสาสมัคร ทดแทนรถยนต์รุ่นเก่าที่กำลังจะปลดระวาง และเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถโดยสารสาธารณะ

โดย AION ES ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% พร้อมสมรรถนะการขับขี่สูงและประหยัดค่าพลังงาน เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ผู้ขับแท็กซี่ และบุคคลทั่วไป โดยมีอัตราค่าสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยเพียง 0.75-1 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่ง AION ES จำหน่ายโดย EVme มาพร้อมระบบแท็กซี่อัจฉริยะ (Smart Taxi) มีระบบติดตามรถ กล้องถ่ายภาพนิ่ง เครื่องระบุตัวตนผู้ขับขี่ และปุ่มฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ตามมาตรฐานของกรมขนส่งทางบก นอกจากนี้ EVme ยังได้ร่วมมือกับศูนย์บริการยานยนต์และผู้ให้บริการด้านการเงินจากบริษัทชั้นนำ เพื่อรองรับการดูแลแบบครบวงจร ทั้งการซ่อมบำรุง และด้านสินเชื่อ

และ บริษัท อีวี มี พลัส เองก็คือบริษัทที่จัดตั้งโดยบริษัท อรุณ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการให้บริการด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม สอดคล้องตามกลยุทธ์อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นส่งเสริมและสร้างระบบนิเวศธุรกิจอีวีให้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เช่น บริการให้เช่ายานยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบบุคคลทั่วไป (B2C) และแบบองค์กร (B2B) บริการจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานีอัดประจุไฟฟ้า บริการสมาชิก EVme Club และ EVme Subs บริการสัญญาเช่ารถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว ปัจจุบันให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต

ด้าน นายบุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า ปตท.เร่งสนับสนุนการใช้อีวีในภาคการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวที่สอดรับกับการใช้ชีวิตของผู้คน อีกทั้งจากสถิติรถสันดาป 1 คันมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยปีละ 6 ตันคาร์บอนฯ เทียบเท่าต่อคัน ปัจจุบันมีรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนในระบบขนส่งกว่า 85,000 คัน ทำให้ภาคส่วนนี้มีการปล่อยก๊าซฯ มากกว่าปีละ 500,000 ตันคาร์บอนฯ เทียบเท่า

นอกจากนี้ ต้นทุนค่าพลังงานของผู้ใช้รถแท็กซี่ยังมีอัตราสูง ดังนั้นการส่งเสริมการใช้อีวีให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าพลังงาน ยังช่วยสนับสนุนการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ โดย ปตท.พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่และเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย

ด้านนายเอกชัย ยิ้มสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท อรุณ พลัส จำกัด หรือ ARUN PLUS กล่าวว่า ความร่วมมือกับผู้ประกอบการแท็กซี่โดยสารนั้น ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะไปสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าในการสร้างนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

แน่นอนว่า แผนงานการสนับสนุนการใช้รถอีวีนั้น ต้องไม่ใช่แค่ผลิตหรือใช้ในครัวเรือน การให้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหันมาใช้รถอีวีก็เป็นหนึ่งในแผนการที่จะผลักดันให้เกิดสังคมอีวีอย่างครบวงจร และถือว่าประสบความสำเร็จ เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ และภาพของประเทศที่จะก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำนั้นก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

ทำความรู้จัก Financial Optionality

เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป

อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น

การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น

แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง

ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”

Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง

งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners