
ลือกันหึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอาจจะไม่ต่อวาระการดำรงตำแหน่งให้กับ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังกำลังจะครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปีในต้นปี 67 นี้
เรื่องของเรื่อง ข่าวลือนี้มาจากสัญญาณในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ก่อน ที่ว่ากันว่า เสี่ยนิด เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ปรารภว่า ต่อไปนี้จะไม่มีการขยายอายุราชการ เกษียณแล้วเกษียณเลย
พวกตามหากันให้ควั่กว่าหมายถึงใคร เพราะในวันดังกล่าวไม่มีวาระขยายวาระการดำรงตำแหน่งให้กับหัวหน้าส่วนราชการคนใดเลย
แต่ระดับ เศรษฐา หยิบมาพูด ต้องมีที่มาที่ไป ก่อนจะสืบเสาะกันไปว่าใครจะทำให้ท่านผู้นำหัวเสียได้บ้าง ปรากฏว่าในวันนั้นมีเรื่องเดียวที่จะสร้างความหงุดหงิดให้กับนายกฯ ได้คือ เรื่องความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท
ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาแทบไม่เป็นคุณกับรัฐบาล เพราะให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขใน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งทำได้ยาก โดยเฉพาะเรื่อง วิกฤต-เร่งด่วน-คุ้มค่า
พอไปส่องวาระการดำรงตำแหน่งและอายุราชการของ ปกรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พบว่าเพิ่งอายุ 55 ปี ยังไม่เกษียณ แต่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบ 4 ปีในต้นปีนี้
ตามกฎหมายแล้ว หากหัวหน้าส่วนราชการคนใดดำรงตำแหน่งวาระครบ 4 ปี สามารถต่อได้ 1 ปี 2 ครั้ง รวม 6 ปี ซึ่ง ครม.จะต่อให้หรือไม่ต่อก็ได้ แล้วแต่เห็นสมควร
โดย ปกรณ์ นั้นเป็นศิษย์เอกของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และถือเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้รับการชมเชยว่าตรงไปตรงมา ไม่มีเอาใจใคร ซึ่งอาจไม่ถูกจริตใครในรัฐบาลนี้หรือไม่
วันก่อนเจอ เลขาฯ ปกรณ์ เลยไถ่ถามเลยนี้ ว่าได้ยินข่าวและกังวลบ้างหรือไม่ "เจ้าตัวบอกไม่รู้เลย และไม่ได้กังวลอะไรครับ"
อย่างว่าแหละ ถ้าตีความเพียงเพื่อเอาใจ แต่ไม่ถูกต้อง สุดท้ายมันก็ผิดอยู่ดี สู้ว่าไปตามกฎหมายเลยดีกว่า!.
ฌ.เฌอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ
พาครอบครัวช็อปปิ้ง
ประเดิมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” วันแรก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ด้วยความคึกคัก
เลขทรัพย์สินให้โชค
เป็นประจำตามกฎหมาย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง

