บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net เพิ่งหายตกใจ! "มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล" สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ควงเพื่อน สส. พรรคเดียวกันเปิดแถลงข่าว หลังผ่านมาร่วมสัปดาห์จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติแจกใบแดง โดยส่งเรื่องให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมสั่งให้จัดเลือกตั้งใหม่ และให้นางมุกดาวรรณชดใช้ค่าใช้จ่ายเลือกตั้งทั้งหมดด้วย ในคดีซื้อเสียงเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค.66 เจ้าตัวการันตีทุกวันนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ สส.อยู่ เพราะขั้นตอนการดำเนินการในการพิจารณาว่าความผิดของการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงหรือไม่ยังไม่สิ้นสุด ขอให้ใจเย็นๆ ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็ใช่ ณ เวลานี้ แต่ทั่น สส. ก็อย่าลืมว่า ทันทีที่ศาลรับคำร้องไว้ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จนกว่าจะมีคำตัดสิน

๐ พรรคคู่แข่งก็ไม่รอแล้วเช่นกัน ประชาธิปัตย์ขยับจ่อส่ง "ชินวรณ์ บุณยเกียรติ" อดีต สส.นครศรีธรรมราช ลงแก้มือชิงเก้าอี้ เขต 8 นครศรีธรรมราช ถึงแม้ยังต้องรออีกหลายเดือนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาก่อนหน้านี้ "ลุงป้อม" ก็ประกาศก่อนใครเพื่อนว่าพลังประชารัฐจะส่ง "สุนทร รักษ์รงค์" ล้างตาอีกครั้ง ซึ่งหากมีการเลือกตั้งซ่อมจริง คาดว่าจะเป็นศึกฟาดฟันดุเดือดระหว่าง ปชป. กับ พปชร. เพราะ ภท. จะหมดสิทธิส่งผู้สมัครลงแข่ง เชื่อว่าตามมารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคเพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ ซึ่งผลการเลือกตั้งรั้งอันดับ 5 และ 6 คงหลีกทางให้นายสุนทร ซึ่งอยู่อันดับสอง 17,448 คะแนน ต่างจากฝ่ายค้าน ถึงแม้นายปรีชานนท์ สรรพจิตต์ อดีตผู้สมัครพรรคก้าวไกล จะอยู่อันดับสาม 11,587 คะแนน ขณะที่ น.ส.ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ อดีตผู้สมัครของ ปชป. ตามมาอันดับสี่ 10,529            คะแนน ก็ตาม แต่พรรคพระแม่ธรณีฯ เจ้าของพื้นที่เดิมหวังจะทวงศักดิ์ศรีคืน และเก้าอี้นี้สำคัญกับประชาธิปัตย์ยิ่งนักในยุคที่ตกต่ำเหลือเพียง 25 ที่นั่งในสภา ถือเป็นงานหนักทั้งคนและพรรค "ชินวรณ์" อดีต สส. 9 สมัย ที่พ่ายยับเยินในเขต 7 คราวนี้จะย้ายมาสู้ในเขต 8 แทนลูกสาว ในยุคที่กระแสความนิยมของพรรคในภาคใต้ยังอยู่ในช่วงขาลง

๐ ควันหลงกรณีศาลรัฐธรรมนูญฟัน "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คดีซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น นอกเหนือจากเรื่องตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 2 ปีแล้ว "เสี่ยโอ๋" ยังโชว์สปิริตลุกจากเก้าอี้พ่อบ้านพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้ "น้องเพลง" ชนม์ทิดา อัศวเหม ทายาทเสี่ยเอ๋ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ได้เข้าสภาสมัยแรก โดยก่อนหน้านี้ นายชลรัฐ รัชกิจประการ ซึ่งอยู่บัญชีรายชื่อลำดับที่ 4 ได้ขยับเป็น สส. แทนนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ลาออกหลังรับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ไปแล้ว ที่น่าจับตาคือตำแหน่งเลขาธิการพรรค ถึงจะมีชื่อรุ่นใหญ่ สองรองหัวหน้าพรรค อย่าง "พิพัฒน์ รัชกิจประการ" รมว.แรงงาน "ทรงศักดิ์ ทองศรี" รมช.มหาดไทย แต่แว่วมาว่ารุ่นใหม่ที่มาแรงแซงทางโค้ง "ไชยชนก ชิดชอบ" ลูกชายสุดที่เลิฟของครูใหญ่ "เนวิน ชิดชอบ" หลานชายของเสี่ยโอ๋ ที่เพิ่งชิมลางการเมืองเป็น สส.บุรีรัมย์ ส่อขึ้นลิฟต์ VVIP ขึ้นพรวดนั่งเก้าอี้ใหญ่ และอาจกลายเป็นพ่อบ้านพรรคที่อายุน้อยที่สุดในวัย 34 ปี ก็เป็นได้.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .