ฟันธงไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะรอดบ่วงเรื่องการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) โดยเสียงส่วนใหญ่ 8 ต่อ 1 เห็นว่า “พิธา” ไม่พ้นสมาชิกภาพ สส. โดย มีเพียง “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่เท่านั้นที่เห็นต่าง ว่า “แดดดี้ทิม” นั้นพ้นสภาพแล้ว ...๐
ทั้งนี้คำพิพากษาในคดีดังกล่าวที่ทำให้ “พิธา” รอดบ่วงมาได้ก็เพราะ “ไอทีวี” ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ แต่ในระหว่างบรรทัดที่ 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย ซึ่งประกอบด้วย “อุดม สิทธิวิรัชธรรม-นภดล เทพพิทักษ์-อุดม รัฐอมฤต-ปัญญา อุดชาชน” นั้น ก็มีนัยที่น่าสนใจซ่อนอยู่ และเชื่อว่าบรรดานักร้องทั้งหลาย โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็น่าจะนำคำวินิจฉัยฉบับเต็มหากออกมาแล้วไปพิจารณาให้ท่องแท้ โดยเฉพาะในเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ...๐
โดยประเด็นที่น่าสนใจในคำวินิจฉัยคือ การถือครองหุ้นของ “พิธา” ที่ศาลระบุชัดเจนว่าถือมาตั้งแต่ 5 ก.ย. 2550 จนถึงวันที่พรรคก้าวไกลยื่นบัญชีรายชื่อสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ต่อ กกต. มิได้โอนให้ “ภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์” ตามที่กล่าวอ้างแต่ประการใด แต่ต้องบอกว่า “โชคหล่นทับ” พิธา เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความว่า “ไอทีวี” ไม่ได้เป็นสื่อ โดยให้เหตุผลว่า “การพิจารณานิติบุคคลใดเป็นกิจการสื่อหรือไม่ มิอาจได้เพียงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิติบุคคลที่จดแจ้งเพียงทางการอย่างเดียว แต่พิจารณาควบคู่กับพฤติการณ์ในการดำเนินการกิจการของนิติบุคคลมีการประกอบกิจการตามนิติบุคคลนั้นหรือไม่ด้วย” ...๐
งานนี้เลยทำให้ “สมชาย แสวงการ” สมาชิกวุฒิสภา ถึงกับมองไปไกลว่าอาจมีผลกระทบชิ่งไปยัง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อาจทวงสิทธิตนเอง เพราะกรณีของการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด นั้น ไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการ แต่ไม่ได้ประกอบกิจการแล้ว รวมถึงอาจฟาดชิ่งไปยัง “กกต.” ไต่สวนเอาผิดนายพิธา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กรณีรู้ว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังฝ่าฝืน ที่อาจถูกดำเนินคดีได้ เรียกว่างานนี้คงต้องติดตามกันยาวๆ เสียแล้ว ...๐
ในขณะเดียวกันก็คงต้อง ติดตาม “กูรูป๊อก” อย่าง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้าที่ออกมาเรียกแขกว่าจะวิเคราะห์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีพิธา โดยจั่วหัวไว้เป็นน้ำจิ้มใน 3 เรื่อง อันประกอบด้วย ความเห็นต่างศาลรัฐธรรมนูญกับศาลฎีกาในการถือครองหุ้นสื่อ, พิธายังคงถือหุ้นบริษัทไอทีวี 42,000 หุ้น ณ วันสมัครรับเลือกตั้ง และบริษัทไอทีวีไม่ได้เป็นสื่อ งานนี้ในประเด็นที่สองที่ “ปิยบุตร” จะวิจารณ์นั้น ก็ไม่รู้จะทวงถามสปิริตจาก “พิธา” หรือไม่ เพราะหากพินิจพิเคราะห์จากคำวินิจฉัยของศาลก็เท่ากับชี้ชัดว่า “ซุกหุ้นไอทีวี” ให้น้อง ไม่ต่างจากการซุกหุ้นบุรีเจริญฯ ของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม แต่ประการใดเลย ...๐
แต่ก็เชื่อว่า “ปิยบุตร” จะไม่พาดพิงหรือเอ่ยอ้างให้มากความ แต่จะไปเน้นที่บทสรุปมากกว่า เพราะมันเข้าข่าย “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ” นั่นแล ดูง่ายๆ ตอนอยู่ที่สาธารณชน “ก้าวไกล” ประกาศว่าเป็นพรรคของประชาชน ไม่ยึดติดตัวบุคคล แต่พอศาลรัฐธรรมนูญมีมติเรื่องดังกล่าวปั๊บ “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรถึงกับบอกว่าไม่มีปัญหา พร้อมสละตำแหน่งหัวหน้าก้าวไกลและผู้นำฝ่ายค้านให้ หาก “พิธา” กลับมาปฏิบัติหน้าที่ สส.ได้ เพราะไม่ได้ยึดติดตำแหน่งอยู่แล้ว อยู่ตรงไหนก็ได้ …๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวที่ต้องรอเก้อกันต่อไป เมื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมายอมรับแล้วว่าไม่สามารถค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาลได้ เพราะยังเป็นหวัดอยู่ จึงขอเลื่อนการนอนทำเนียบฯ เพื่อเป็นภาพข่าวออกสื่อออกไปอย่างไม่มีกำหนดนะจ๊ะ แหม! เลื่อนออกไปทั้งทีก็ควรพิจารณาสถานที่นอนใหม่ก็จะดี เพราะ ดูเหมือน “บ้านพิษณุโลก” ที่ถือเป็นที่พักของนายกฯ นั้นก็ยังว่างอยู่ และรอนายกฯ เมืองไทยที่ปากพร่ำว่าหัวใจมีแต่ประชาชนไปลองนอนบ้าง หรือจะกลัวอาถรรพ์กันจ๊ะ ทั้งที่หากเจออะไรๆ เข้าจังเบอร์ก็อาจจะเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” สายมูโด่งดังไปทั่วโลกแบบไม่ต้องลงทุนลงแรงโฆษณาก็ได้ เรียกว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว นายกฯ นิดไม่คิดที่จะไปนอนหรืออย่างไร ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


