
ปัญหาขยะทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของประชากร เศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่าประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณปีละ 0.5 ล้านตัน หรือเพียง 25%
ซึ่งขยะเหล่านี้ โดยเฉพาะขยะพลาสติก เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ที่กำลังสร้างปัญหาทำให้สภาพอากาศแปรปรวนในขณะนี้ ดังนั้นหน่วยงานทั่วโลกจึงให้ความสำคัญที่จะลดขยะพลาสติก ซึ่งก่อนหน้านี้ พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ สส.
ได้ระบุว่า ผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP 28) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ COP 28 Debrief ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) ได้มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยทั้งโลกต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 43% ภายในปี 2030 และต้องลดถึง 60% ในปี 2035 โดยเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยในปี 2019
เช่นเดียวกับเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2030 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวได้ระบุไว้ใน Nationally Determined Contribution (NDC) ฉบับที่ 1 ซึ่งขณะนี้กรมกำลังดำเนินการจัดทำแผน NDC ฉบับที่ 2 โดยจะกำหนดเป้าหมายว่าในปี 2035 ประเทศไทยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละเท่าไหร่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายว่าจะไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี ก็เป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยได้เดินหน้าทำงานภายใต้ปรัชญา Make REAL Change หรือเปลี่ยน…เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น พร้อมตอกย้ำการเป็น "ธนาคารเพื่อความยั่งยืน" มุ่งเดินตามกรอบ B+ESG ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นเนื้อเดียวกัน ในการช่วยกันเปลี่ยนขยะจากขวดพลาสติกกว่า 1,700,000 ขวด ผ่านการสร้างสรรค์ไอเทมต่างๆ เพื่อส่งมอบความสุขให้ลูกค้าและโลกอย่างจริงใจ โดยคำนึงถึงความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ได้จริง พร้อมเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้าใจคุณและโลก
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิลหรือเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งที่ไม่ได้ใช้ ได้แก่ กระเป๋าช็อปปิ้งสำหรับใส่ในรถเข็น ผลิตจากขวดพลาสติก 5 ขวด ร่มขนาดพกพา ผลิตจากขวดพลาสติก 8 ขวด ร่มกอล์ฟ ผลิตจากขวดพลาสติก 20 ขวด กระเป๋าหนังรีไซเคิลจากเศษหนังที่ไม่ใช้แล้วมาขึ้นรูปใหม่ และผ้าห่มจากขวดพลาสติก 89 ขวดต่อผืน ผลิตด้วยนาโนเทคโนโลยีช่วยลดอาการภูมิแก้ที่เกิดจากไรฝุ่น
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์ในหมวดนี้จะเป็นสมุดโน้ตรักษ์โลก ด้านปกผลิตจากกระดาษรีไซเคิลที่ไม่ฟอกขาว ทำให้ได้สมุดสีน้ำตาลสวยแบบธรรมชาติ ด้านในเป็นกระดาษถนอมสายตาแบบมีเส้น ที่ช่วยให้จดบันทึกได้ง่าย และผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในระยะยาว เพื่อลดการใช้หรือซื้อสินค้าใหม่และสร้างขยะเพิ่ม อาทิ กระเป๋ากระดาษสังเคราะห์ น้ำหนักเบา ทนทานต่อการฉีกขาดและกันน้ำ ช่วยลดการใช้ถุงพลาสติก ร่มพับกันแดดหน้ารถยนต์ ทำจากผ้าเคลือบไททาเนียมไดออกไซด์ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ป้องกันแสงยูวีได้ถึง 98% ช่วยลดอุณหภูมิในรถที่จอดกลางแดดได้มากถึง 60% และกระบอกน้ำสเตนเลสสไตล์มินิมอล ผลิตจากสเตนเลส 304 (Food Grade) เก็บอุณหภูมิร้อนและเย็นได้ 10-12 ชั่วโมง มาพร้อมที่จับกันลื่นและสายสะพายหนัง พกพาง่าย ช่วยลดการใช้ขวดน้ำพลาสติก
ปัญหาโลกร้อนจะแก้ได้ก็ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

