เป็นข่าวเล็กๆ แต่ได้บุญใหญ่อักโขเลยทีเดียว เมื่อ "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ" ปลุกพลังผู้ให้ทั่วประเทศ ชวนบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยกับโครงการ “ให้โลหิต ให้ชีวิต ให้ประจำ” ตลอดปี 2567 โดยเพิ่มจำนวนครั้งการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอสม่ำเสมอสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ
จากสถิติความถี่การบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ปี พ.ศ.2566 จากจำนวนผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด 1,606,743 คน พบว่า มีผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้ง มีปริมาณมากถึง 1,057,894 คน คิดเป็นร้อยละ 65.84 ในขณะที่ผู้บริจาคโลหิตปีละ 4 ครั้ง มีจำนวนเพียง 73,770 คน คิดเป็นร้อยละ 4.59 และยังมีผู้บริจาคโลหิตปีละ 2 ครั้ง จำนวน 313,029 คน คิดเป็นร้อยละ 19.48 บริจาคโลหิตปีละ 3 ครั้ง จำนวน 156,052 คน คิดเป็นร้อยละ 9.71 ส่วนผู้บริจาคโลหิตมากกว่า 4 ครั้ง (รวมกับบริจาคส่วนประกอบโลหิตอื่นๆ) จำนวน 5,998 คิดเป็นร้อยละ 0.37
หากมีผู้บริจาคโลหิตบริจาคทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีโลหิตที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอตลอดปีค่ะ
มนุษย์ป้าอยากร่วมด้วยช่วยบริจาคใจจะขาดทีเดียว แต่ทางสภากาชาดฯ เขา just say No อย่างเดียว 555 ไม่ใช่เพราะอายุมากเกินบริจาคเป็นปฐมเหตุนะคะ แต่เป็นเพราะมนุษย์ป้าจัดอยู่ในคนประเภทเลือดจาง มีเกล็ดเลือดเล็กผิดปกติ ดังนั้น บริจาคไปก็ใช้เพื่อส่งต่อให้คนอื่นไม่ได้นั่นเอง
ใครที่บริจาคได้ ช่วยกันไปบริจาคนะคะ เพราะเลือดยังคงเป็นยารักษาโรคที่ยังไม่มีนวัตกรรมใดๆ มาทดแทนได้ จึงจำเป็นต้องมีการรับบริจาคโลหิตจากเพื่อนมนุษย์ เพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตสำหรับใช้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วย โดยโลหิตที่ได้รับบริจาคร้อยละ 23 นำไปใช้รักษากลุ่มผู้ป่วยโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย เกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น
คุณหมอบอกว่า ในรายที่เป็นชนิดรุนแรงต้องได้รับโลหิตในการรักษาเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ยูนิต หากไม่ได้รับโลหิตผู้ป่วยจะมีภาวะซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อีกร้อยละ 77 นำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่สูญเสียโลหิตเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอดบุตร เลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น ต้องมีโลหิตสำรองไว้ระหว่างการผ่าตัด 2-3 ยูนิต ในกรณีที่มีอาการรุนแรง 5-10 ยูนิต ถ้าโลหิตไม่เพียงพอต้องเลื่อนการผ่าตัด อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้ จึงต้องมีการรณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิต เพิ่มความถี่ในการบริจาคโลหิต จากปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง จากปีละ 2 ครั้ง เพิ่มเป็นปีละ 3 ครั้ง จากปีละ 3 ครั้ง เพิ่มเป็น 4 ครั้งต่อปี ก็จะทำให้โลหิตมีปริมาณเพียงพอสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยได้ สามารถบริจาคโลหิตทั่วประเทศค่ะ..สาธุ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิด...ก่อนอวด!!
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ หลายคนอาจค้นพบว่า สิ่งที่เคยภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ บ้านหลังใหญ่ หรือรถคันหรู ล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เราครอบครองได้เพียงชั่วคราว
ขำกลิ้งว่าด้วยเรื่องของอวัยวะ...ในร่างกาย
เป็นเรื่องขำๆ ที่ช่างเปรียบเปรย สะท้อนชีวิตจริงของมนุษย์ในสังคม ซึ่งอ่านแล้วก็ลองทบทวนกันหน่อยว่า เราตรงกับอวัยวะหัวข้อไหนบ้างนะคะ แต่อย่าเครียดๆ เพราะนี่เป็นเรื่องขำๆ เล่าสู่กันฟังในหมู่ชนชั้นผู้สูงวัยค่ะ
ความจริง..“เรื่องการมาหาหมอ”
ความจริง..“เรื่องการมาหาหมอ”
มรดกที่พระองค์ทิ้งไว้ให้โลก
"ข้อกำหนดกรุงเทพ" หลายคนเพิ่งเคยได้ยินคำนี้ในวันที่พระองค์จากไป แต่สำหรับผู้ต้องขังหญิงหลายแสนชีวิตทั่วโลก คำนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตพวกเธอมาแล้ว 15 ปี
อย่าเยอะ..เมื่อไปเที่ยวกับเพื่อน
การเลือก "เพื่อนไปเที่ยว" สำคัญพอๆ กับการเลือก "ที่เที่ยว" เพราะบางคนทำให้ทริปธรรมดากลายเป็นความทรงจำดีๆ แต่บางคนทำให้ทริปในฝันกลายเป็นฝันร้าย
ภารกิจ..คนละครึ่งพลัส
เมื่อรัฐบาลมีโครงการ "คนละครึ่งพลัส" มนุษย์ป้าสายประหยัดอย่างเราจะใช้สิทธิแบบส่งๆ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเงินทุกบาทต้องเกิดประโยชน์สูงสุด


