
ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป
ล่าสุด คุณคฑาวุธ ทองไทย หรือ “ไข่ มาลีฮวนน่า” นักร้องเพื่อชีวิต หัวหน้าวงดนตรี “มาลีฮวนน่า” ในฐานะ “ประธาน” สมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย..
ก็ได้ชักชวนเครือข่ายไป “ยื่น” ร่าง พ.ร.บ.สภาศิลปะศิลปินและวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ต่อคุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา
หลังยื่นร่าง พ.ร.บ.ฯ เจ้าของเพลง “แสงจันทร์” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า.. “ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ซึ่งรวบรวมรายชื่อไม่น้อยกว่าหมื่นรายชื่อ
เพื่อให้ผ่านการพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงต้องมายื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายสภาศิลปะศิลปินและวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นการริเริ่มยกร่างโดยภาคประชาชน และรวบรวมรายชื่อให้ครบ เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
นำเสนอให้ สส.พิจารณาต่อไป ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เมื่อสภาเห็นชอบแล้วก็จะเสนอต่อวุฒิสภา หากสองสภาเห็นชอบก็จะได้ตราเป็นกฎหมายต่อไป”
ด้านคุณวันนอร์ เมื่อรับหนังสือแล้วก็ได้พูดกับนักข่าว.. “จะรับหนังสือพร้อมกับรายชื่อเพื่อให้สำนักงานเลขาธิการสภาราษฎรได้ตรวจสอบความถูกต้องของร่าง พ.ร.บ.
และรายชื่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปินไทยและวัฒนธรรมของชาติ
ซึ่งรัฐบาลเองกำลังพูดถึงเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ เป็นสิ่งที่มีค่า เป็นมรดกที่เราได้รับตกทอดกันมาเป็นเวลานาน ต้องรักษาเอกลักษณ์ของศิลปะไทยทุกอย่าง”
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2566 คุณไข่กับคณะได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมาแล้ว
ซึ่งคุณหมอชลน่านก็ได้กล่าว.. “ขอบคุณประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย ที่ได้เห็นความสำคัญกับพรรคเพื่อไทย
โดยนำหนังสือมายื่นเพื่อให้พรรคได้พิจารณาเกี่ยวกับวิชาชีพของคนบันเทิง..ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่เป็นภาพกว้าง คือ นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์
ที่สามารถสร้างงานที่มีทักษะสูง 20 ล้านตำแหน่ง ซึ่งสอดคล้องกับในหมวดความต้องการของคนบันเทิง เพราะงานศิลปะ คนบันเทิง ถือเป็น Soft Power
ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะมีการเขียนเรื่องของคนบันเทิงออกมาเพื่อส่งเสริมอาชีพคนบันเทิง อาทิ การตั้งสภาวิชาชีพ เพื่อมารองรับคุ้มครองการประกอบอาชีพโดยตราเป็นกฎหมาย
ขอให้ความมั่นใจต่อประธานสมาพันธ์ฯ พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา เรามั่นใจว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาล
สส.ของพรรคจะร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสภาเป็นเรื่องต้นๆ โดยใช้ร่างจากภาคประชาชนหรือนำมาปรับปรุงร่างกฎหมายให้ดีขึ้น”
ครับ..เวลานี้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้ว คุณไข่ก็น่าจะได้สมหวังเสียทีกับการที่จะได้มี “สภาศิลปะศิลปินและวัฒนธรรมแห่งชาติ”..
เป็น “สภาวิชาชีพ” คอยดูแลกันและกัน และรักษาสิทธิ รักษาประโยชน์ รักษาสถานะของคนทำงานศิลปะที่ชอบธรรมมีกฎหมายคุ้มครอง!
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อยากให้คุณไข่วางใจเสียทีเดียว เพราะล่วงมา 4-5 เดือนแล้ว ร่างกฎหมายที่คุณหมอชลน่านลั่นวาจาจะเสนอเข้าสภาเป็นเรื่องต้นๆ ก็ดูจะเงียบอยู่
เป็นไปได้ คุณไข่ควรที่จะได้พบกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ด้วยตัวเอง หรือจะยิ่งดีไปใหญ่หากจะได้เข้าคารวะคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแบบถึงเนื้อถึงตัว
เพื่อจะได้เล่าอธิบายความโดยตรง และจะได้รู้จากน้ำเสียง-ท่าทีว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?
อ้อ..รีบๆ นัดหมายล่ะ สังหรณ์ใจอย่างไงไม่รู้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

