'พิธา' และ 'แบม-ตะวัน'

บางคนกล้าทำผิดกฎหมายโดยไม่กลัวคุก

เพราะรู้วิธีไม่ต้องนอนในคุก

กฎหมายมันมีช่องว่างอยู่

"นักโทษชายทักษิณ" ไม่ใช่ต้นตำรับครับ อาจจะลอกมาด้วยซ้ำ เพียงแต่เล่นใหญ่กว่า ลงทุนมากกว่า ใช้ตัวแสดงเยอะกว่า

ผิดกับ "แบม" และ "ตะวัน" ชงเองกินเอง วันสต็อปเซอร์วิส จบในตัวเอง

เห็นทนายด่าง "กฤษฎางค์ นุตจรัส" ทางฝั่งสามนิ้วสีส้ม ออกมาแก้ต่างให้ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เรื่องที่ถูกวิจารณ์เป็นนายประกันให้ "ตะวัน" ว่า ซาโยนาระ กันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ "ตะวัน" ขอถอนประกันตัวเอง เมื่อต้นปี ๒๕๖๖

ถือว่าสิ้นสุดทางเชื่อมตั้งแต่บัดนั้น

ใครจะเอาไปโยงกันไม่ได้อีก

ก็โอเคครับ ตามกฎหมายมันเป็นแบบนั้น

แต่...ไม่อาจลบล้างข้อวิจารณ์ "พิธา" เคยเป็นนายประกันให้ ผู้ต้องหาคดี ม.๑๑๒ ลงไปได้

"ตะวัน-แบม" ตกเป็นผู้ต้องหาคดี ม.๑๑๒ จากการจัดกิจกรรมสอบถามความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับขบวนเสด็จกับแก๊งทะลุวัง บริเวณหน้าห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ช่างบังเอิญ ครบ ๒ ปีพอดี เรื่องเดิมวนมาบรรจบอีกครั้ง

สงสัยกันใช่มั้ยครับว่าทำไมผู้ต้องหาคดี ม.๑๑๒ ขอถอนประกันตัวเอง ถึงได้ออกมาก่อความผิดเดิมซ้ำ แทนที่จะอยู่ในคุก

มันมีช่องโหว่อยู่นิดเดียว!

หลัง "แบม-ตะวัน" ถูกส่งตัวเข้าไปนอนในเรือนจำ สมความปรารถนาของเจ้าตัว ปฏิบัติการเอาตัวเองออกจากคุกก็เริ่มต้นขึ้นทันที

ด้วยการอดอาหารประท้วง!

จำได้มั้ยครับในวันที่ทั้งคู่ขอถอนประกันตัวเองนั้นได้พูดไว้ว่าอย่างไร

"...การต่อสู้ครั้งนี้เลือดต้องแลกมาด้วยเลือด อย่าดูถูกอุดมการณ์ของพวกเราและอย่าคิดว่าพวกเรากลัว อย่าคิดว่าไม่มีใครกล้าแลกชีวิตและอิสรภาพกับการต่อสู้หรืออุดมการณ์..."

พร้อมกับอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ๓ ข้อ

๑.ต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นอย่างแรกมาก่อนสิ่งอื่นใด ต้องเป็นอิสระปราศจากอำนาจนำปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และผู้บริหารศาลต้องไม่แทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี

๒.ยุติการดำเนินความกับประชาชน ที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง

๓.พรรคการเมืองทุกพรรคเสนอนโยบาย เพื่อประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยยกเลิกมาตรา ๑๑๒ และ ๑๑๖

ตรงนี้ชัดเจนนะครับ "พิธา" เป็นนายประกันให้ผู้ต้องหาที่มีแนวคิด ยกเลิก ม.๑๑๒ ไม่ใช่แก้ไข

เลิกสถานเดียว!

หลังยกระดับอดอาหารประท้วงแบบทะลุเพดาน มีพรรคพวกอยู่นอกคุกเอาข่าวมาปล่อยอย่างเป็นขบวนการ และเป็นขั้นเป็นตอนว่า "แบม" กับ "ตะวัน" เป็นตายเท่ากัน  ต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลนอกคุกด่วน

ศาลอาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่า เห็นว่าจิตใจร่างกายของคนป่วยที่อยู่ในภาวะอันตราย ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ หากศาลหรือผู้ควบคุมหรือผู้รักษาพยาบาลเห็นว่าผู้ต้องขังทางอาญา จะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต ก็สามารถไปใช้สิทธิขอให้ศาลพิจารณาแล้วถอนหมายขังได้

ศาลก็อนุญาตตามนั้นเนื่องจากเห็นแก่ชีวิตของทั้งคู่

ฉะนั้นเมื่อมีการถอนหมายขังแล้ว การคุมตัวจึงไม่ได้อยู่ในอำนาจการดูแลของศาลอีกต่อไป

หลังจาก "แบม" กับ "ตะวัน" ออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศาลไม่ได้ออกหมายขังอีก จึงถือว่าเป็นการปล่อยตัวชั่วคราวตลอดไป โดยไม่ต้องมีนายประกัน

จู่ๆ ทั้งคู่ก็แข็งแรงดี พากันออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ร่วมทำกิจกรรม "นอนปักหลักอดอาหารหน้าศาลฎีกา"

คราวนี้ออกแถลงการณ์อีกครั้ง

"...ข้าพเจ้าทั้งสองขอใช้สิทธิปฏิเสธการรักษาใดๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมเพื่อเรียกร้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้โดยข้าพเจ้ารับทราบว่าการทำเช่นนี้ต่อไปมีความเสี่ยงต่อชีวิต และแพทย์ได้แจ้งข้อมูลโรคของข้าพเจ้าให้ฟังทั้งหมดพร้อมคำอธิบายโดยครบถ้วนแล้ว ในขณะที่ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ต่อหน้าพยานคือเพื่อนและครอบครัว

อนึ่ง หากข้าพเจ้าทั้งสองตกอยู่ในภาวะที่ไม่อาจตัดสินใจใดๆ ให้ถือว่าการตัดสินใจของทนายความของข้าพเจ้าทั้งสองเป็นความต้องการข้าพเจ้าทั้งสองเอง

ไม่ว่าข้าพเจ้าทั้งสองจะเป็นอย่างไรต่อไป ขอให้การต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่จะได้รับการประกันตัวในระหว่างการสู้คดี มีผู้ต่อสู้เพื่อให้สำเร็จต่อไป..."

เช่นเคยครับ อดได้พักหนึ่ง ก็หามส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง

และกลับมามีแรงก่อเหตุล่าสุด ก่อกวนขบวนเสด็จของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

แล้ว "พิธา" มีส่วนในการต่อสู้แบบเลือดต้องแลกด้วยเลือดของ "แบม" กับ "ตะวัน" มากน้อยแค่ไหน

ในการอดอาหารหน้าศาลฎีกาของ "แบม" กับ "ตะวัน"  นี้ "พิธา" ขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขนลูกพรรคไปเยี่ยม ผู้ร่วมอุดมการณ์

พิธาบอกว่า "ขอคารวะในความกล้าหาญของทั้งคู่"

และก่อนนั้น "พิธา" อภิปรายในสภาว่า...

"...ทุกครั้งที่ผมไปหาคุณตะวันและคุณแบม ผมมองตาตะวันแล้วเห็นพิพิมลูกสาวของผมอยู่ในนั้น..."

นี่คือดีเอ็นเอเดียวกันยากจะแกะออกจากกันได้

"แบม" กับ "ตะวัน" น่าจะเป็น ผู้ต้องหาคดี ม.๑๑๒ ที่มีความพิเศษกว่าผู้ต้องหารายอื่นๆ คือ ได้ประกันตัวเกือบจะถาวร และสามารถออกมาเคลื่อนไหวทำความผิดเดิมซ้ำๆ ได้

เหตุการณ์วันเสาร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ไปทำกิจกรรมเดิมในที่เดิม ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหาคดี ม.๑๑๒  เมื่อ ๒ ปีก่อน

กระบวนการยุติธรรมมีปัญหาอะไรหรือเปล่ามิทราบได้ 

พูดถึงแก๊งทะลุวัง วัยรุ่นสร้างตัว มักใช้วิธีการเคลื่อนไหวด้วยความรุนแรง ยั่วยุ และห่าม ไม่ให้เกียรติผู้อื่น  ขณะที่ปากบอกว่า ประชาธิปไตยเท่าเทียม คนเท่ากัน

ล้วนเป็นผลิตผลจากการทำงานการเมืองของพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล ทั้งสิ้น

หลังเหตุปะทะระหว่าง แก๊งทะลุวัง กับ กลุ่ม ศปปส.  "พิธา" พูดอย่างหล่อ...

 "...ในฐานะที่เป็นนักการเมือง และเป็นคนไทยคนหนึ่ง  ยอมรับว่า กังวลกับสถานการณ์บ้านเมือง และอนาคตคนรุ่นใหม่ อยากให้ทุกคนตั้งสติ และช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้แตกร้าวไปมากกว่านี้..." 

สร้างปีศาจขึ้นมาเอง แต่ในวันที่เพลี่ยงพล้ำ ขอให้ทุกคนตั้งสติ

ถ้า "พิธา" และพรรคพวกตั้งสติมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เหตุการณ์เด็กคลั่งจ้องล้มล้างสถาบันฯ คงไม่เกิดหรอกครับ

กลัดกระดุมถูกเสียตั้งแต่เม็ดแรก

กลัดเม็ดสุดท้ายเสร็จ "พิธา" หล่อกว่าตอนนี้หลายเท่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ติดเตียง' หรือ 'ติดไวน์'

ไหนๆ แล้ว ก็ไปให้สุด! ฟัง พ.ต.ท.มนตรี บุณยโยธิน รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงข่าววานนี้ (๒๓ กุมภาพันธ์) ดูจะให้เกียรติคำว่า "ข้าราชการ" น้อยไปหน่อย

'ดีลลับ' กลับบ้าน

บางสถานการณ์ บางเวลา การเมืองซับซ้อนเสียยิ่งกว่าเขาวงกต ปัจจัยจากตัวละครเยอะ สถานการณ์เปลี่ยน เงื่อนไขที่ไม่เหมือนเดิม

หลักฐานสมคบคิด

อยากจะเขียนสั้นๆ จบใน ๒ บรรทัด เพราะแค่ ๒ บรรทัด มันจบจริงๆ จบแบบจะมีคนติดคุกหลังจากนี้