
หลายคนยลตามช่อง
ก็แล้วแต่มุมมองครับ
นายกฯ อนุทิน เดินทางไปจีนเที่ยวนี้ภาพที่ลอยมาเด่นชัดสุด ที่คนส่วนใหญ่มองแทบจะตรงกันคือคงจะเป็นเรื่องความมั่นคง
กรณี “เขมร”
ซึ่งก็มีอยู่หลายประเด็นครับ
คงไปถามว่าจีนส่งอาวุธหนักให้เขมรเยอะแยะตาแป๊ะไก่ทำไม เพราะรู้อยู่ว่าไทยกับเขมรกำลังฮึ่มๆ กันอยู่
หรือจีนเองอาจอาสาเป็นตัวกลางคุยอีกรอบ
ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ แต่จะคุยแบบลับหรือเปิดเผยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่เอาเข้าจริงยังมีเรื่องสำคัญกว่า นั่นคือภารกิจตามที่ทางจีนเชิญไปนั่นแหละครับ
คือเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกประจำปี ๒๐๒๖ (World Artificial Intelligence Conference (WAIC 2026))
เป้าหมายหลักคือดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับสูง เช่น AI และ Data Center เข้าสู่เศรษฐกิจไทย
นี่คืออีกยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในแง่เศรษฐกิจ เราจะตกขบวนไม่ได้เด็ดขาด
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ
ไทยต้องเลือกว่าจะอยู่ในฐานะผู้ซื้อ หรือผู้ผลิตและขาย
ความสำเร็จในอดีตคือ ดีทรอยต์แห่งเอเชีย มาถึงจุดอิ่มตัว วันนี้เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์คือเส้นทางที่ไทยต้องเดิน และเดินให้เร็วกว่าคนอื่น อย่างน้อยก็ในภูมิภาคอาเซียน
ปัจจุบันเรามีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พอที่จะขับเคลื่อนให้เป็นฮับได้
เวที WAIC 2026 มีอะไรน่าสนใจ
มีเยอะครับ โดยเฉพาะท่าทีจากจีน
“สี จิ้นผิง” คิดการใหญ่ เสนอชื่อจีนในฐานะผู้นำของระเบียบปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกยุคใหม่ ท้าทายการครองความเป็นใหญ่ของสหรัฐ
เริ่มมาจากสหรัฐต้องการหยุดจีน ไม่ให้เข้าถึง ชิปประมวลผลสำหรับ AI ที่ทรงพลังที่สุด ที่เรียกว่า High Bandwidth Memory (HBM)
มันคือ หน่วยความจำแรม (RAM) แบบซ้อนทับ ๓ มิติ ที่ออกแบบมาเพื่อการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วกว่าแรมแบบเดิมหลายเท่า โดยใช้พลังงานน้อยกว่าและมีขนาดกะทัดรัด นิยมใช้กับชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (CPU/GPU) สำหรับงานกราฟิก และระบบ AI
สหรัฐเยาะเย้ยว่าจีนไม่มีทางผลิตเองได้
เมื่อไม่ขายให้จีน AI จีนก็ยากที่จะพัฒนาทันฝั่งตะวันตก
แต่นั่นกลายเป็นแรงผลักดันให้จีนคิดค้นในวิถีของตัวเอง และมันกำลังจะออกมา
สหรัฐ ยุโรป รู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว
และวันนี้ “สี จิ้นผิง” กำลังจะจัดระเบียบใหม่
“สี จิ้นผิง” เสนอให้องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลกของจีนเป็นคู่แข่งกับโครงการ "Pax Silica" ที่นำโดยสหรัฐ
คำกล่าวนี้มีขึ้นในขณะที่โมเดล AI แบบ Open-Weight ของจีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วจนทัดเทียมกับ OpenAI และ Anthropic
เขาบอกกับชาติที่ร่วมประชุมว่า
"คว้าโอกาสอันหายากและเป็นประวัติศาสตร์" ของปัญญาประดิษฐ์แบบโอเพนซอร์ส และให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์
และเตือนถึงการเกิดขึ้นของ "ความอยุติธรรมครั้งใหม่ทางประวัติศาสตร์" จากการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียมกัน
จีนเขากำหนดทิศทางชัดเจนมานานแล้วครับว่า จะพึ่งพาสหรัฐและยุโรปให้น้อยที่สุด
ขณะเดียวกันก็จะสร้างทิศทางของโลกเสียใหม่
โมเดลโอเพนซอร์สของจีนเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลก
พูดง่ายๆ ก็เหมือน รถ EV จีนที่ตีตลาดไปทั่วโลกในราคาที่ถูกกว่ารถฝั่งตะวันตก แต่ประสิทธิภาพไม่ต่างกันมากนัก
“สี จิ้นผิง” บอกว่า WAIC ที่จีนก่อตั้งขึ้นและมีประเทศสมาชิกเข้าร่วม ๒๙ ประเทศนี้ ถือเป็น "ก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก"
และเป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากประเทศในซีกโลกใต้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น
นี่เป็นเวทีที่ นายกฯ อนุทิน ต้องโชว์ฝีมือ
แน่นอนครับครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ ที่นายกรัฐมนตรีไทย นำทัพคณะผู้บริหารและกลุ่มนักลงทุนไทยครั้งใหญ่ที่สุดรวมถึง ๑๕๓ ราย
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
หอการค้าไทย-จีน
กลุ่มอุตสาหกรรมและพลังงาน มี กลุ่มซีพี, กลุ่มกระทิงแดง, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เครือซิเมนต์ไทย (SCG), บริษัท บ้านปู, บริษัท Energy Absolute (EA)
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน และ ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
กลุ่มการเงินและบริการ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, เดอะมอลล์ กรุ๊ป, ไทยเบฟเวอเรจ และเครือโรงพยาบาล BDMS
ดีลธุรกิจที่จะเกิดขึ้นไม่ธรรมดาแน่ๆ
ดักคอประเด็น รัฐบาลอุ้มนายทุน ไว้ก่อนเลยครับ เพราะนี่คือมหกรรมดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ คนที่ได้ประโยชน์คือคนไทย เพราะจะมีการจ้างงานตามมาอีกมาก
ถ้ารัฐบาลไม่เอานายทุนไป ขนนายดำ นายแดง ไปแทน ก็ทำได้แค่เปลี่ยนที่กินหม่าล่าครับ
เรื่องนี้ต้องให้เครดิตย้อนกลับไปถึงยุครัฐบาลลุงตู่ครับ
เพราะเป็นรัฐบาลที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับเยอะพอควรแล้ว
นั่นคือ EEC (Eastern Economic Corridor) โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ดูดีพอควรครับเพราะจะมีการลงนามข้อตกลงร่วมกัน ๖ ฉบับ ที่ครอบคลุมเรื่องห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจดิจิทัล, EV, อุตสาหกรรมสีเขียว ทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการศึกษาด้าน AI
จับตากันต่อว่า การเปลี่ยนยุค ไทยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้จักข้าวแกงน้อยไป
อยู่ที่ข้าวแกงครับ เพราะมันคือวัฒนธรรมการกินของคนไทย ที่ไหนๆ ก็มีข้าวแกง ไม่ว่าเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ล้วนกินข้าวแกง รสชาติแตกต่างกันบ้างไปตามภูมิภาค ฉะนั้นเมื่อพูดถึงข้าวแกง จะพูดกันเล่นๆ ไม่ได้
'ศุภจี' หายใจยังผิด
ก็...ตอกกลับกันไปครับ ไอ้ที่บอกว่า ข้าวแกง ๓๐-๔๐ บาทมีถมเถไป ก็แสดงว่าหากินง่าย ไม่มีใครเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ ข้าวของไม่ได้แพงอย่างที่กระทรวงพาณิชย์เข้าใจ
ดรามาข้าวแกง ๔๐ บาท
แปลกดี... เรื่องง่ายๆ ชอบทำให้มันเข้าใจยาก เรื่องข้าวแกง ๔๐ บาท ค้านกันหัวชนฝา ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ฝ่ายไม่ชอบขี้หน้า ฝ่ายหาแสง เอากันใหญ่ จนกลายเป็นว่ารัฐบาลออกมาตรการอะไรมา ก็ค้านกันไว้ก่อนราวกับพ่อสอนไว้
ไม่ควรมีใครเสียชีวิต
เรื่องเดิมๆ ครับ... ไฟไหม้ผับ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก
๗๗ ล้านวิวได้อะไร
จะไปไงต่อดีครับ... สงครามมาอีกแล้ว เตรียมรับมือกันหรือยัง? ที่จริงก็เป็นคำถามง่ายๆ แต่ตอบยากมาก ที่ยากไม่ใช่เรื่องของการเตรียมการ แต่เป็นการรับรู้ปัญหาก่อนที่จะเตรียมการ
เด็กไทยเขย่าโลก
นาทีนี้ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ น้อง Nene Royal หรือ น้องแพรว-รัตติกานต์ อำลอย เด็กหญิงตัวน้อยๆ จากภูเก็ต เดินทางไปทำให้โลกต้องตะลึงถึงอเมริกา ก็คงเห็นคลิปบนเวที America’s Got Talent กันไปแล้วนะครับ คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมาก เพราะมันสุดยอดจริงๆ

