แมวเก้าชีวิต?

ประเด็นร้อนๆ ในแวดวง "สีกากี" อันเป็นผลพวงมาจากคดีเว็บพนันฟุตบอลเครือข่ายมินนี่ ที่ล่าสุดลามมาถึง "บิ๊กสีกากี" เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

ตามที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจงแถลงไข

"คดีดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองสำนวน คือสำนวนแรกที่มีผู้ต้องหาจำนวน 61 ราย สำนวนที่ 2 มีผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย......โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดตามมาตรา 157 กับ 149 และได้ส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว"

เรียกว่า...ร้อนฉ่า!!!

ทว่าด้วยฉายา "แมวเก้าชีวิต" ที่หลายสื่อกล่าวขานถึง  "บิ๊กสีกากี" มาตลอดหลายช่วงเวลาที่เจ้าตัวต้องเผชิญมรสุมต่างๆ ก็ทำให้บางส่วน โดยเฉพาะ "คนสีกากี" ต่างๆก็มีข้อถกเถียง มีคำถาม มีข้อสงสัย

"บิ๊กสีกากี” จะ "ร่วง" แล้วจริงๆ หรือจะ "รอด" ตามฉายา "แมวเก้าชีวิต" เหมือนที่ผ่านๆ มา???
ยังไม่มีคำตอบ ยังไม่มีคำยืนยัน เพราะทุกๆ อย่างต้องรอบทสรุปการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน ชุดที่มี  "บิ๊กเต่า" มือปราบสิบทิศ มีพยาน มีหลักฐาน อันจะทำให้ ป.ป.ช. อันจะทำให้ศาลเชื่อได้หรือไม่ว่า

ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริงๆ!!!

กระนั้นมรสุมครั้งนี้ หากดูกันให้ดีจะต่างกว่าทุกครั้งในช่วง 2-3 เหตุการณ์หลังที่เจ้าตัวรอดพ้นมาได้

ทั้งการที่ถูกคำสั่ง ผบ.ตร. หรือหัวหน้า คสช.ขณะนั้น ให้โอนไปอยู่สำนักนายกฯ

แถมหัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้ ป.ป.ช. ให้ ป.ป.ท.และสตง. ตรวจสอบเนื่องด้วยมีมูลกรณีเมื่อถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ทำให้เสียหายแก่ทางราชการหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน

แต่สุดท้ายก็ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ

ผิดจากครั้งนี้ที่พนักงานสอบสวน ชุด "บิ๊กเต่า" บอกเองถึงการแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามมาตรา 157 กับ 149

ซึ่งตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

ส่วนมาตรา 149 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือ ไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี"

นั่นแสดงว่าพนักงานสอบสวนเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่ตัวเองสืบสวนสอบสวนมาได้ จึงได้ตั้งข้อกล่าวหา

คราวนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า "บิ๊กสีกากี" จะมีพยาน หลักฐาน แก้ต่างข้อกล่าวหาอย่างไร

นี่แหละ...จะเป็นบทพิสูจน์ "แมวเก้าชีวิต" ของจริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว