ปีใหม่ขอคนละครึ่ง

ส่งท้ายปีแบบนี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง  แต่ก็สองปีติดแล้วที่ทำอะไรๆ ได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด และปีนี้เป็นคิวของสายพันธุ์โอมิครอน

แต่...ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็น มันก็ช่างยั่วใจให้เราๆ ท่านๆ ออกเดินทางท่องเที่ยว บ้างก็ไปเยี่ยมญาติ

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ คงห้ามกันยากแล้วที่จะไม่ให้จัดกิจกรรม สำหรับงานระดับประเทศอาจยกเลิกได้ แต่ปาร์ตี้รวมกลุ่มกันภายในครอบครัว ในหมู่เพื่อนฝูง คงห้ามไม่ได้

สิ่งที่รัฐจะต้องทำในตอนนี้คือ การแจ้งเตือนสถานการณ์ระบาดหนักหนาเพียงใด อย่างน้อยที่สุดจะทำให้ประชาชนมีความยับยั้ง ไม่สุดเหวี่ยงเกินไป และถ้าห้ามไม่ได้แล้ว ก็ต้องมีข้อปฏิบัติตนหลังจากเสร็จสิ้นการปาร์ตี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายต่อไป

วกกลับมาที่ความเคลื่อนไหวของ เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.ดาวโซเชียล ช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้เขาเลือกไปเดินแจกปฏิทินปีใหม่ให้พี่น้องในตลาด ที่ อ.ชะอวด  จ.นครศรีธรรมราช และไม่พลาดที่จะมาบอกเล่าความเป็นอยู่ของประชาชน

เสี่ยคึก เล่าว่า พี่น้องประชาชนโอดครวญถึงภาวะเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ที่ส่วนใหญ่ขาดรายได้ ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย รวมถึงแม่ค้าในตลาดนัดต่างก็บ่นว่าขายของไม่ได้ เพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ตลาดนัดบางแห่งมีจำนวนแม่ค้ามากกว่าคนซื้อด้วยซ้ำไป

เทพไท บอกต่อว่า ช่วงสิ้นปีนี้รัฐบาลตัดโครงการคนละครึ่งออกไป และจะเริ่มโครงการคนละครึ่งใหม่อีกครั้งในวันที่  1 มีนาคม 2565 ทำให้กำลังซื้อในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ลดน้อยลงไปอีก จึงอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการโครงการคนละครึ่งต่อเนื่องไปก่อน ตั้งแต่วันที่ 1  มกราคม 2565 ซึ่งจะเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนด้วย

 “ถ้ารัฐบาลจะเริ่มโครงการคนละครึ่งใหม่ในวันที่ 1  มีนาคม 2565 อีกครั้ง ระหว่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์  ในระยะเวลา 2 เดือนนี้ รัฐบาลก็ควรจะอนุญาตให้ผู้ที่มียอดเงินโครงการคนละครึ่งเหลืออยู่สามารถใช้ต่อไปได้จนถึง 1  มีนาคม 2565 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในประเทศมากยิ่งขึ้น”

แหม สงสัย “เทพไท” เริ่มจะติดใจ “ซานต้าตู่” เสียแล้ว 5555.

มินนี่เมาธ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป๊อก คาสโตร

กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ

'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน

ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ