"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" ปมทักษิณนักโทษเทวดา ไม่ว่าเคลื่อนไหวอย่างไรก็ถูกจับตา แม้วันนี้ฟางเส้นสุดท้ายจะยังไม่ถูกจุดติดก็ตาม แต่ก็ห้ามประมาทพลังของประชาชน แม้วันนี้ประชาชนจะยังเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ และทำลายกระบวนการยุติธรรมก็ตาม
"นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" อดีต สส.พัทลุง ออกมาตั้งคำถามเสียดสีสังคมกรณี "ไทยเฉย" ว่า เห็นข่าวหลายคนแสดงความเห็นถึงคุณทักษิณ ว่า ไม่ป่วยจริง ไปเที่ยวเชียงใหม่อย่างสบายใจ พรรคการเมืองเห็นแล้วถึงกับจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในสภา
ผมอยากบอกพรรคการเมืองเหล่านั้นว่า พวกคุณเป็น “ไทยเฉย” ที่รู้สึกช้า ความจริงคุณทอดไมตรีให้คุณทักษิณอยู่หรอก แต่คุณทักษิณก็ “เฉย” ไม่รับไมตรีคุณ คุณเริ่มรู้สึกตัว เสียหน้า และแก้เกี้ยวด้วยการรวบรวมกำลังพลพร้อมด้วยกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เตรียมอภิปรายรัฐบาลที่ปฏิบัติต่อคุณทักษิณด้วยการเลือกปฏิบัติ คุณเป็นไทยเฉยที่รู้สึกช้า
ขอชื่นชม คปท. (เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย) ที่นำโดยคุณพิชิต ไชยมงคล และคุณนัสเซอร์ ยีหมะ ที่นำสมัครพรรคพวกชุมนุมคัดค้านรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือคุณทักษิณ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
ผมได้ไปร่วมปราศรัยกับเขา 2 ครั้ง แต่หลังจากนั้นผมมีงาน และต้องเดินทางไปต่างจังหวัดตลอด ยังไม่ได้เข้าไปรอบสาม (ดูเวลาอยู่ที่จะเข้าไปอีก) ถ้าพรรคการเมืองจะอภิปรายเรื่องนี้ ผมก็ต้องกล่าวแบบไม่เกรงใจพวกคุณว่า “บ้าไปแล้ว" คุณฟั่นเฟือนถึงขนาดดูไม่ออกหรือว่าคุณทักษิณป่วยจริงหรือป่วยทิพย์
พอคุณทักษิณพูดว่า “ต่างคนต่างอยู่” คุณตีอกชกลมถึงกับสติฟั่นเฟือนไปเลยหรือ ส่วนประชาชนก็เช่นกัน เป็น “ไทยเฉย” กันหมดแล้วเป็นไงล่ะ สบายดีกันมั้ยล่ะ ความเป็นอยู่ดีกันนะ เงินทองไม่ขาดมือกันนะ ไม่รู้สิ! ผมอยู่กับชาวบ้านเห็นเศรษฐกิจแย่มาก คนลำบากกันทั้งบ้านทั้งเมือง ที่สบายอยู่ก็เห็นเฉพาะคนใน ครม.นั่นแหละ แต่พวกนี้ยิ่ง “เฉย” หนักกว่าชาวบ้านเข้าไปอีก
เห็น สว.วันชัย สอนศิริ ถามว่า ถ้าไม่เลือกทักษิณและเพื่อไทย เพื่อไปสู้กับก้าวไกล แล้วจะเลือกใคร สำหรับผม มีคำตอบแล้วครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ คราวหน้าเดินไปใช้สิทธิแล้วไม่เลือกใครครับ ยืนบนภูดูเสือกัดกันดีกว่า #เฉยได้เฉยไป ผมก็เฉยได้
กลับมาเรื่องต่างคนต่างอยู่ของทักษิณ ก็ยังไม่จบ และจะต่างคนต่างอยู่ได้อย่างไร เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ขอทำความเข้าใจกับคุณทักษิณ ที่บอกว่า ถ้าใครไม่ชอบหน้า ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่นั้น
ในประเด็นนี้ผมขอชี้แจงว่า สิ่งที่ผมวิพากษ์วิจารณ์คุณทักษิณนั้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องการไม่ชอบหน้ากัน แต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมของบ้านเมือง
ส่วนตัวผมกับคุณทักษิณไม่มีอะไรโกรธเคืองกันเลย ถ้าเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัว “ต่างคนต่างอยู่” เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อเป็นเรื่องของส่วนรวม ผมมีส่วนได้-เสีย ในฐานะนักโทษคนหนึ่งที่ไม่ได้รับสิทธิ์เท่ากับคุณทักษิณ จึงจำเป็นต้องวิพากษ์วิจารณ์ นำความจริงมาเปิดเผยต่อสาธารณชนให้รับทราบโดยทั่วกัน
ปิดท้าย เพจเฟซบุ๊ก ‘ทะลุวัง’ ได้โพสต์ข้อความจากจดหมายของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง แกนนำกลุ่มทะลุวัง ที่ส่งจากเรือนจำ โดยระบุถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย มีใจความว่า “ด้วยวิธีการที่คุณเลือกจะกลับบ้านคือการเอาเสียงของประชาชนไปแลก ทำให้คุณเป็นได้แค่นักการเมืองน้ำเลวคนหนึ่ง จดหมายฉบับนี้อยากพูดถึงคุณทักษิณและพรรคการเมืองที่แสนกลับกลอกของเขาสักหน่อย ถึงจะอดอาหารเอาชีวิตและร่างกายแลกเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมถูกปฏิรูปอยู่ แต่ตอนนี้บุ้งก็ได้ข่าวของคุณทักษิณอยู่บ้างจากการที่เพื่อนๆ เล่าให้ฟัง
ในสายตาบุ้ง คุณทักษิณเป็นคนที่น่ารังเกียจเหลือเกิน ไม่ว่าจะเคยมีคุณงามความดีอะไร ตอนนี้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของคุณไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตปรสิต ส่วนคุณอุ๊งอิ๊งก็น่าเสียดายเหลือเกิน คุณไม่จำเป็นต้องทำตามที่พ่อสั่งทุกอย่างก็ได้นะคะ แต่อนิจจาลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น พ่อเป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้าย หลังมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีครบถ้วนเรียบร้อย เตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ทันที
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ


