
มีสัญญาณที่น่าสนใจ ที่น่าจับตา ภายในรั้ว "กรมปทุมวัน" หลังจากนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งเด้งแพ็กคู่ 2 นายพล ทั้ง บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และบิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
มอบหมายให้ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร. มาทำหน้าที่ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.
จากนั้นขั้นตอนการโอนย้าย บิ๊กรอย-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์
ลำดับการต่างๆ ดูจะเหมาะเจาะลงตัว สอดรับกับเวลานี้ที่ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" กำลังขยับเข้าสู่ช่วงเวลาการแต่งตั้งวาระเดือนเมษายน
เมื่อตำแหน่งบริหารองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลง
ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่งถูกคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี
รอง ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง โอนย้ายไปเป็น เลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ
เหลือ รอง ผบ.ตร. ทำหน้าที่เพียง 4 ราย คือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ
"บิ๊กต่าย" ต้องไป รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ก็จะมี รอง ผบ.ตร.หลัก 2 ราย อีก 1 รายทำหน้าที่ จเรตำรวจ การบริหารงานสายงานต่างๆ ดูจะไม่เพียงพอ
ทำให้ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี นายกฯ เศรษฐา เป็นประธานการประชุม ในวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีข่าวลือ ข่าวสะพัด อาจมีการปัดฝุ่นเรื่อง "การขออนุมัติให้ ตร.นำข้อกำหนด ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566 มาใช้ในการแต่งตั้งโดยอนุโลม" ซึ่งเคยถอนวาระดังกล่าวออกจากวงประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เข้าสู่วงประชุม ก.ตร.อีกครั้ง หาก ก.ตร.ไฟเขียวจริง
ทิศทาง "กรมปทุมวัน" จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!!!
เพราะแม้การแต่งตั้งวาระเดือนเมษายน จะเป็นการแต่งตั้ง "นายพลแก้มลิง" ตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นโบนัสตำรวจก่อนเกษียณ 30 ก.ย.นี้
ถ้า ก.ตร.อนุโลมให้นำข้อกำหนด ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566 มาใช้ในการแต่งตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะสามารถแต่งตั้ง "นายพล" แทนตำแหน่งที่ว่างลงในตอนนี้ได้ทันที
เห็นๆ ก็มี 2 ตำแหน่ง คือ รอง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.รอย และผู้ช่วย ผบ.ตร.ของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ที่โอนย้ายไปเป็น เลขาฯ ป.ป.ส.
นั่นก็หมายถึง บิ๊กจวบ-พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. นายตำรวจที่ชีวิตรับราชการส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และมีสายสัมพันธ์ครอบครัวชินวัตร ในฐานะอาวุโสลำดับ 1 ก็จะขยับขึ้น รอง ผบ.ตร. ติดยศ พล.ต.อ. ตามกฎเกณฑ์การแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน ที่ให้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นรอง ผบ.ตร.ต้องเรียงตามลำดับอาวุโสทันที
เหมือนเป็นการแต่งองค์ทรงเครื่อง "บิ๊กจวบ" เตรียมพร้อมรอรับงานใหญ่ปลายปี
เกาอี้ "ผบ.ตร." ที่หลายคนมองว่า "บิ๊กต่าย" มีลุ้น มีโอกาสแน่ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้
ต้องติดตาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

