
"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" "ทักษิณ ชินวัตร" นักโทษเทวดา ที่กำลังพักโทษ ยังไม่เหนียมอายและเกรงใจหมอโรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เลย ที่ออกมาเคลื่อนไหวหยั่งเชิงและวัดกระแสทางการเมืองทั้งที่ป่วยหนัก
แล้วทำไมคนเพื่อไทยยังต้องอายว่าการเข้าพรรคเพื่อไทย 26 พ.ค.นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง คงลืมไปแล้วหรือไม่ สาเหตุที่นายใหญ่ กลับบ้านได้ในรอบ 17 ปี เพื่อต่อสู้กับพรรคก้าวไกล
ฉะนั้นในข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเมืองสมัยนี้ จึงไม่ต้องกังวลเหมือนสมัยระบอบทักษิณกิบรวบประเทศ และคงไม่แปลกอะไร เพราะธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายทุนพรรคก้าวไกล แม้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ยังเข้าไปบ่งการพรรคก้าวไกลอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นหากที่คนต่อต้านหรือไม่ชอบทักษิณ อาจต้องทำใจกล้ำกลืนยอมปิดตาหนึ่งข้าง ปิดหู ปิดปาก เพราะตัวเองก็หมดตัวเล่นแล้ว ก็ควรให้พิสูจน์ฝีมือว่าอดีตเจ้าพ่อการตลาดทางการเมือง จะสู้พลังโซเชียลของพรรครุ่นใหม่ได้หรือไม่
แม้หลายคนจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยหมดเวลาแล้วก็ตาม สะท้อนจากผลงานนายกฯ หุ่นเชิด เศรษฐา ทวีสิน ที่หมดสภาพผู้นำ แล้วกลายเป็นผู้นำแฟชั่น นโยบายที่แถลงต่อสภาก็ล้มเหลว การงานจับต้องไม่ได้ ถูกเปรียบเป็นแมลงวัน ขณะที่ปัญหาสังคมก็ขึ้นเป็นดอกเห็ด ผู้คนหมดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ
ถือเป็นโจทย์ใหญ่อย่างยิ่งที่ทักษิณจะต้องรีบแก้ไข จะทำตัวสบายอกสบายใจไม่ได้ แม้จะทราบว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบก็ตาม แต่พรรคส้มก็เตรียมพรรคสำรองไว้รองรับแล้ว
ยิ่งล่าสุดอาจทำให้ทักษิณและสมุนต้องเหนื่อยหนักหลายเท่า หลัง "นิด้าโพล" เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง "การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2567"
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 42.75 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะมีความกล้าหาญ ตรงไปตรงมา บุคลิกเป็นผู้นำ และเป็นคนรุ่นใหม่ อันดับ 2 ร้อยละ 20.05 ยังหาคนที่ เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 17.75 นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ อันดับ 4 ร้อยละ 6.00 น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีทัศนคติที่ดี และมีความเป็นผู้นำ
พรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 48.45 ระบุว่า เป็นพรรคก้าวไกล อันดับ 2 ร้อยละ 22.10 เพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.75 ยังหาพรรค ที่เหมาะสมไม่ได้
เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อช่วงเดือน ธ.ค.2566 ความนิยมของนายพิธาเพิ่มขึ้นจาก 39.40% มาอยู่ที่ 42.75% นายเศรษฐา จากเดิม 22.35% ลดลงเหลือ 17.75% ขณะที่ น.ส.แพทองธาร เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.75% มาอยู่ที่ 6% ทั้งนี้ ในส่วนของก้าวไกล จากการสำรวจเมื่อเดือน ธ.ค.2566 ความ นิยมอยู่ที่ 44.05% เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 48.45% เพื่อไทย จากเดิม 24.05% ลดลงมาอยู่ที่ 22.10%
"เทพไท เสนพงศ์" อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนผลโพลดังกล่าวว่า พรรคก้าวไกลยังครองใจคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยิ่งประชาชนมีความรู้สึกว่าพรรคก้าวไกลถูกกลั่นแกล้งหรือถูกรังแกทางการเมืองมากเท่าไหร่ คะแนนความสงสาร คะแนนของชนชั้นกลาง ก็จะเทให้พรรคก้าวไกลมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ฝ่ายอนุรักษนิยมต้องขบคิดกันต่อไปว่า ทำอย่างไรถึงจะเอาชนะพรรคก้าวไกลให้ได้
"การทำลาย การบอนไซ หรือการตัดตอนพรรคก้าวไกล โดยการยุบพรรค ไม่ใช่โจทย์คำตอบในการเอาชนะพรรคก้าวไกลบนเวทีการเมืองได้"
ปิดท้าย ททบ.5 ชวนพี่น้องสื่อมวลชนทุกสำนัก ร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าไปพร้อมกับเหล่าศิลปินดาราโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในงาน “ตลาดนัดเพื่อนสื่อสนามเป้า” ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ณ ททบ. 5 ภายในงานยังมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ งานประมูลสินค้าจากดาราที่ชื่นชอบ สังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อนสื่อสนามเป้ายามเย็นบนชั้น 20 Roof Top ของ ททบ.5 รายได้จากการจัดงานนำไปต่อยอดทำกิจกรรมเพื่อสังคม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณเปา โทร.08-2419-5268.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ฮือฮาสนั่นสภา! หลังปล่อยชื่อย่อ "ภ" นักการเมืองดังมีเอี่ยวคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ที่วันศุกร์นี้เจ้ากระทรวงยุติธรรม "พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์" จะนำทีมดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ปฏิบัติการทลายเครือข่ายชักชวนลงทุน Forex เถื่อน
ดูบอลมันส์…ไร้พนัน
ช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินเข้าห้าง นั่งร้านกาแฟ หรือเปิดโซเชียลฯ ก็เห็นแต่คนคุยเรื่องฟุตบอลโลก 2026 กันครึกครื้น บางคนใส่เสื้อทีมโปรด บางคนตั้งวงวิเคราะห์กันราวกับเป็นโค้ชทีมชาติ เรียกว่าบรรยากาศแห่งความสุขกลับมาเยือนอีกครั้งหลังรอคอยกันมานาน 4 ปี
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าเป็น “พุธแห่งการเดินทาง” จริงๆ เพราะยามนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บินลัดฟ้าไปสู่แดนหมีขาว เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่ง “นายกฯ หนู” คงได้กระทบไหล่กับ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียในเร็วๆ นี้
บันทึกหน้า 4
กระทรวงมหาดไทย (มท.) ยุติศึกขัดแย้งภายใน จ.ภูเก็ต โดยโยก นายธีระพงศ์ ช่วยชู หรือ "รองฯ ซีฟู้ด" (ชื่อเล่น "กุ้ง") รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา
บันทึกหน้า 4
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด

