
เป็นช่วงเวลาของการอำลาตำแหน่งและการย้ายกระทรวงของบรรดารัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่บางคนต้องออกไปถาวร หรือบางคนแค่ย้ายกระทรวง ทำให้ช่วงนี้เห็นบรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของบรรดาข้าราชการกระทรวงต่างๆ ที่จัดงานอำลาให้กับเจ้ากระทรวงของตัวเอง
บางคนถึงกับน้ำตาคลอ หอบดอกกุหลาบช่อโตมามอบให้รัฐมนตรี ถึงแม้รัฐมนตรีในชุดรัฐบาลเศรษฐา 1 จะทำงานในกระทรวงนั้นๆ ได้เพียงแค่ 7 เดือนก็ตาม
และหนึ่งในกระทรวงที่จัดงานอำลาอย่างอบอุ่นคือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของ “รัฐมนตรีปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ปัจจุบันไปรับตำแหน่งใหม่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งบรรดาข้าราชการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ได้จัดงานอำลาให้รัฐมนตรีปุ๋งอย่างอบอุ่น

เจ้าตัวได้รับดอกกุหลาบแดงเต็มไม้เต็มมือ พร้อมถูกหอมแก้ม และยังเดินถ่ายรูปเซลฟีกับบรรดาข้าราชการอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง งานนี้คนแฮปปี้ที่สุดคือ รัฐมนตรีปุ๋ง ที่ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว
โดยเจ้าตัวบอกด้วยว่า “เป็นการอำลาที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม แม้ว่าจะเข้ามารับตำแหน่งในเวลาอันสั้น แต่เป็นระยะเวลาที่มีความสุข มีคุณค่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาทำงานที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงได้เป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยและกีฬาในไทยก้าวไปข้างหน้า ถือว่าเป็นระยะเวลาที่มีค่ามาก ได้ร่วมวางแผน ผลักดันงานต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทยมากมาย”
“รัฐมนตรีปุ๋ง” ยังขอบคุณทีมงานคุณภาพของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย, กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, กรมการท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, อพท., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงทุกท่านที่ร่วมมือ ผลักดัน พัฒนาการท่องเที่ยวไทยและกีฬาในประเทศไทย
และยังย้ำด้วยว่า แม้ว่าจะเข้ามารับตำแหน่งในเวลาอันสั้น แต่ถือว่าเป็นระยะเวลาที่มีความสุข มีคุณค่า ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
งานนี้เรียกว่าเป็นการจากกันที่อบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่นจริงๆ.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

