
“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” นางโพยคนที่ 2 หรืออุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านตามสคริปต์ ระบุว่า “ความเป็นอิสระของแบงก์ชาติเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” เล่นเอาทัวร์ลงอย่างหนัก แม้ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ แกนนำรัฐบาลเพื่อไทย จะพยายามออกมาปกป้องลูกสาวนายใหญ่ก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นผล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ชื่อเรื่องว่า “อุ๊งอิ๊ง : จากมะม่วงบ่มแก๊ส ถึงพ่อแม่รังแกฉัน” ตอนหนึ่งว่า สรุปได้ว่างานนี้คุณอุ๊งอิ๊งเสียรังวัด ถ้าเปรียบกระดูกทางการเมือง ถือว่ายังกระดูกอ่อนมาก เป็นมะม่วงบ่มแก๊ส คุณอุ๊งอิ๊งได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็เพราะเป็นลูกของคุณทักษิณ และคุณทักษิณก็ผลักดันมาคุมพรรคเพื่อไทย ซึ่งเปรียบเสมือนกิจการของครอบครัว ทั้งที่ชั่วโมงบินยังไม่ถึง ยังส่งมาเป็นกัปตันคุมพรรคเพื่อไทย เห็นคุณอุ๊งอิ๊งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างถล่มทลายเช่นนี้ ทำให้นึกถึงนิทานอีสปเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน ขึ้นมาทันที
เห็นว่าคุณอุ๊งอิ๊งยังขาดวุฒิภาวะในหลายด้าน 1.การสื่อสารเรื่องอาการป่วยของคุณทักษิณ ออกมาทุกครั้งติดลบทุกครั้ง 2.การเป็นประธานซอฟต์พาวเวอร์ เชิญชวนคนทั่วโลกมาเที่ยวสงกรานต์เมืองไทย แต่ตัวเองกลับพาครอบครัวหนีไปเที่ยวฮ่องกง
3.มีปัญหาการแสดงความเห็นประเด็นการเมือง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบทุกครั้ง 4.ต้นทุนทางสังคมด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างอุ๊งอิ๊ง กับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่กลับไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่ตัวเองขาดความรู้ 5.การอ่านสคริปต์หรือโพยตอนแสดงวิสัยทัศน์ บนเวที บ่งบอกถึงความอ่อนด้อยทางปัญญา เหมือนกับมีบุคคลอื่นเขียนสคริปต์ให้อ่าน
“ผมเห็นว่าก่อนที่จะผลักดันให้คุณอุ๊งอิ๊งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศ ตอนนี้ให้คุณอุ๊งอิ๊งได้รับตำแหน่งนางโพยคนที่ 2 ของประเทศไปก่อนก็แล้วกัน”
ขณะที่พรรค ปชป. โดยนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค มองว่า การออกมาพูดของ “อุ๊งอิ๊ง” แน่นอนว่าการส่งสัญญาณดังกล่าวเชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของหัวหน้าพรรคต้องหาวิธีการเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างแน่นอน การแก้กฎหมายย่อมเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งหากมีการยื่นแก้ไข ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะการลดความอิสระของ ธปท. จะส่งผลเสียหายต่อประเทศ
ทั้งนี้ การปรับปรุง พ.ร.บ.ธปท.ล่าสุด เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วที่มีความครอบคลุมหลายส่วน ทั้งในเรื่องความอิสระ และให้มีความโปร่งใส สร้างการถ่วงดุลฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นผู้ใช้เงินให้อยู่ในหลักการที่ถูกต้องและเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในสถานะทางการเงินของประเทศ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกได้กำหนดให้อำนาจของธนาคารกลางให้มีความอิสระ แยกการใช้อำนาจออกจากฝ่ายการเมืองอย่างชัดเจน
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทำไมอุ๊งอิ๊งและเพื่อไทยรุมถล่มธนาคารชาติ ไม่แปลกใจเลยที่ น.ส.แพทองธาร นายกฯ และพรรคเพื่อไทย รุมถล่มแบงก์ชาติ ต้องยอมรับว่า การที่ธนาคารชาติมีหนังสือคัดค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท สร้างความไม่สบายใจให้รัฐบาลเพื่อไทยมาก
ที่สำคัญคือ โครงการนี้มีโอกาสเป็นไปไม่ได้สูงมาก ที่จะต้องจอด เนื่องจากพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ไม่เอื้อประโยชน์ ที่รัฐบาลจะใช้มาตรา 28 ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 เพราะโครงการนี้ขัดกับวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส. นั่นคือ ธ.ก.ส.ตั้งมาเพื่อปล่อยสินเชื่อช่วยเกษตรกร ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาแจกเงิน
จึงต้องมีความจำเป็นต้องหาแพะมารับผิดชอบแทน ดังนั้น การที่ทั้งอุ๊งอิ๊ง เศรษฐา รวมหัวกันถล่มแบงก์ชาติ และถ้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ไปไม่รอด จะได้โทษไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าเป็นปัญหาเท่านั้นเอง ลูกไม้แบบนี้เจอบ่อย ปิดท้ายด้วย คำกล่าวของนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ว่า "ผมเตือนตัวเองตลอดเวลาว่า รัฐบาลมาแล้วไป ผู้ว่าการธปท.มาแล้วก็ไป แต่สถาบัน องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องอยู่ และต้องอยู่อย่างเข้มแข็ง" ทั้งนี้ เชื่อว่าคำพูดดังกล่าวนี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันให้แบงก์ชาติทำหน้าที่ต่อไป.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

