กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ต้องแก้ที่โครงสร้าง

เรียกว่า 'ช็อก' ทั้งรัฐบาล สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 ของประเทศไทย ที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าจีดีพีของไทยเรา ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2567 ขยายตัวได้เพียง 1.5% ลดลงเมื่อเทียบกับการขยายตัว 1.7% ในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อน

และยิ่งเมื่อมาเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน พบว่า ไทยเรามีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รั้งท้ายที่สุด  โดยสิงคโปร์โต 2.7% อินโดนีเซียโต 5.1% มาเลเซียโต 4.2% ฟิลิปปินส์โต 5.7% และเวียดนามโต 5.7%

ยังไม่พอเท่านั้น ทางสภาพัฒน์ยังได้หั่นแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ลง โดยคาดว่า GDP ไทยทั้งปี 2567 จะขยายตัว 2.0-3.0% (ค่ากลางอยู่ที่ 2.5%) จากประมาณการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ 2.2-3.2% (ค่ากลางอยู่ที่ 2.7%)

 เรื่องนี้เองทำให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร้อนใจเป็นพิเศษ เรียกว่า ถ้ากลับมาประเทศไทยแล้ว จะมีการเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดพิเศษ 27 พ.ค. เพื่อหาแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

สอดรับกับรองนายกฯ เศรษฐกิจ อย่างนายพิชัย ชุณหวชิร ที่ได้แสดงความเห็นในที่ประชุม ครม.ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องทำการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นให้มากขึ้น

แน่นอน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นศักดิ์ศรีค้ำคอของพรรคเพื่อไทย เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการบริหารงานทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี และมีจุดขายในเรื่องของการดูแลปากท้องของประชาชน แต่สำหรับในส่วนการทำงานของนายเศรษฐา ยังทำผลงานทางด้านนี้ไม่ค่อยเข้าเป้ามากนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมาเลยในช่วงที่ผ่านมา โดยอาจจะมีเหตุผลเรื่องของงบประมาณปี 67 ที่ยังไม่ออกมา ทำให้เกิดสุญญากาศ หรือจะเป็นเพราะไปโฟกัสกับนโยบายเรือธง แจก 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งก็ยังลูกผีลูกคน และใช้วงเงินมหาศาล ที่กว่าจะผลักดันสำเร็จ อาจจะต้องรอไปปลายปี หรือในอีกมุมก็อาจจะไม่สำเร็จเลยก็ได้

ดังนั้นนี่คือการบ้านสำคัญของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเชื่อมั่น และคนมีความมั่นใจในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะต้องหันมาแก้ไขปัญหาโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันมีความชัดเจนว่า ธุรกิจไทยนั้นอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจยุคเก่าที่หมดเสน่ห์ และมีอัตราการทำกำไรได้น้อย ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีก จึงไม่สามารถดึงดูดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ ซึ่งมองว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องหันมาโฟกัสกับการปรับโครงสร้างในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมการลงทุนกับอุตสาหกรรมนิวเอสเคิร์ฟใหม่ๆ อย่างการแพทย์ เซมิคอนตักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า โรบอต การสร้างแรงงานทักษะสูงในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ วิศวกร เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลมีการส่งเสริมการยกระดับความสามารถของบุคลากรน้อยเกินไป 

และอีกประเด็นที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพราะกลัวหนี้เสีย ซึ่งยิ่งทำให้ อัตราการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจลดลง

 ทั้งหมดคือโจทย์หินของรัฐบาลนายเศรษฐาจะต้องแก้ไข หามาตรการออกมา เพื่อสร้างเงิน สร้างรายได้ ให้กับคนไทย และเศรษฐกิจไทยให้ได้อย่างน้อยจีดีพีไม่เกิน 5% แต่ก็ไม่ควรจะต่ำกว่า 3%.

 

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ