พลังงานลมลดพลังงานสะอาด

การพัฒนาพลังงานสะอาด หรือพลังงานทางเลือก ทุกประเทศทั่วโลกกำลังแสวงหาเพื่อนำมาทดแทนพลังงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยดึงศักยภาพและความได้เปรียบทางธรรมชาติมาใช้ประโยชน​ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงาน ที่จะมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งพลังงานที่มีศักยภาพในปัจจุบันมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานคลื่น พลังงานน้ำ พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น ทั้งนี้ พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานที่มีความก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับการพัฒนาการผลิตพลังงานไฟฟ้า ทำให้เกิดการลงทุนในเชิงพาณิชย์ในหลายโครงการทั่วโลก ประเทศไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทางด้านภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ สำหรับความเหมาะสมในการลงทุนพัฒนาโครงการพลังงานลมที่ประสบความสำเร็จ และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นโมเดลของการพัฒนาพลังงานลม โดยใช้ฐานการผลิตในประเทศเป็นส่วนสำคัญที่จะเดินหน้าโครงการและขยายผลไปยังประเทศต่างๆ ที่มีศักยภาพ

อย่างเช่น การเดินหน้าโครงการร่วมทุนที่สามารถบรรลุเป้าหมาย และได้เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบได้สำเร็จอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ในโครงการร่วมทุนการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Changfang and Xidao Offshore Windfarm, CFXD) ขนาดกำลังการผลิต 600 MW (เมกะวัตต์) ระหว่าง บริษัท โคเปนเฮเกน อินฟราสตัคเจอร์ พาร์ทเนอร์ส หรือ CIP และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ผู้พัฒนานวัตกรรมไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นับเป็นโปรเจกต์แรกที่สามารถพัฒนาทุ่งกังหันลมนอกชายฝั่งในไต้หวัน ที่สามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จภายใต้เงื่อนไขการใช้วัตถุดิบภายในท้องถิ่น เป็นการติดตั้งกังหันลมด้วยเทคโนโลยี Vestas V174 ขนาดกำลังการผลิตต้นละ 9.6 MW จำนวน 62 ต้น ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2561 และทยอยผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้ครั้งแรกในปี 2565 ซึ่งหลังจากการเดินเครื่องทั้งโครงการ สามารถส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดไปยังภาคครัวเรือน จำนวน 650,000 หลัง

วรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GPSC ระบุว่า โครงการ CFXD นับเป็นก้าวแรกที่มีความสำคัญของการพัฒนาโครงการภายใต้การร่วมทุนในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง ที่เป็นไปตามกลยุทธ์ทางธุรกิจของ GPSC ในการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจนวัตกรรมไฟฟ้าอย่างยั่งยืนทั้ง 2 ฝ่าย ที่ร่วมมือในการดำเนินโครงการ จนสามารถสร้างโมเดลใหม่ในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีและพลังงานเพื่อความพร้อมในการขยายการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไต้หวันและนอกประเทศไต้หวัน ผ่านความเชี่ยวชาญ และสามารถบริหารจัดการด้านหาวัตถุดิบ แหล่งผลิตใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม GPSC มีความมุ่งมั่นและพร้อมเดินหน้าในการแสวงหาพื้นที่การลงทุนใหม่ๆ

พลังงานลม เป็นอีกหนึ่งพลังงานสะอาด ที่ต้องการนำมาเป็นพลังงานทดแทน เนื่องจากพลังงานลมสามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ และไม่มีวันหมด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะพลังงานลม เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดอากาศ และแรงจากการหมุนของโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางลมและความเร็วของลมอีกด้วย ซึ่งภูมิภาคในไต้หวันถือเป็นประเทศที่เป็นเกาะ มีร่องลมที่มีความเร็วสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ทำให้ศักยภาพของการขยายผลด้านพลังงานลมในไต้หวันจึงเป็นแหล่งการลงทุนที่สำคัญของ GPSC ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตยังมีเทคโนโลยีที่สามารถนำมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมได้มากยิ่งขึ้น นับว่าการเข้าไปลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจของ GPSC ในไต้หวันสามารถสร้างประโยชน์ ในเชิงธุรกิจ และความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในการตอบโจทย์เทคโนโลยีที่หลากหลาย

ด้วยเป้าหมายขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมพลังงานที่มุ่งแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนที่สอดรับกับทิศทางของกระแสการใช้พลังงานสะอาด ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญต่อการลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก จากการใช้พลังงานที่เป็นตัวแปรสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และส่งผลต่อภูมิอากาศโลกที่แปรปรวนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรตระหนักและเร่งแผนพัฒนาพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง