
"ของเสีย" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับอะไรได้ และหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะยิ่งก่อผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อมต่อไป ไม่ว่าจะเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการก่อสร้าง กระบวนการผลิต หรือแม้แต่ของเสียที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ แต่หากว่ามีกระบวนการจัดการและดูแลได้เป็นอย่างดีก็จะสามารถควบคุมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
ด้วยเหตุนี้เอง ในภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาวิธีกำกับและดูแลของเสียที่เกิดขึ้น ด้วยการพัฒนาโรงงานและรูปแบบการดำเนินงานให้มีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการอุตสาหกรรมมักจะถูกเรียกว่า "กากอุตสาหกรรม" ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เดินหน้าเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง อย่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ผนึกกำลังส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม
ได้แก่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท. 11 กลุ่ม ประกาศเจตนารมณ์การเลือกใช้ผู้ประกอบการจัดการของเสียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable supply chain) เพื่อกระตุ้นให้นโยบายดังกล่าวขยายไปสู่ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น จึงได้ชูประเด็นในด้านการลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากการจัดการกากอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ กนอ.ยังได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานสัมมนา “How to move Sustainable Supply Chain ลดความเสี่ยง สร้างมาตรฐาน ต้องเลือก Waste Processor อย่างไร” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการเลือกผู้ประกอบการจัดการของเสียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor และให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 เพื่อป้องกันปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างไม่ถูกต้องและเหมาะสม
โดย นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ (พัฒนายั่งยืน) กนอ. ซึ่งเป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่า เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขอรับรองมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเพิ่มมากขึ้น กนอ.ได้ประกาศสิทธิประโยชน์/มาตรการจูงใจต่อการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สำหรับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม โดยจะได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นค่าบริการคำขอ เฉพาะคำขอด้านการใช้ที่ดินและประกอบกิจการ และด้านสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2565-30 ก.ย.2567 โดยสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ผ่านระบบอนุมัติอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (e-PP) ของ กนอ.
ด้าน นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท.และประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ได้กล่าวว่า ส.อ.ท.เราเน้นการส่งเสริมและผลักดันมาตรฐาน Eco Factory For Waste Processor ให้เป็นที่รู้จักผ่านกลไกทางการตลาด และการส่งเสริมระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการเลือกใช้บริการของผู้ประกอบการจัดการของเสีย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฯ เนื่องจากผู้ประกอบการจัดการของเสียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับการดำเนินธุรกิจในแง่ของการผลักดันการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
และจะมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรม หากผู้ก่อกำเนิดของเสีย (WG) ได้ปฏิบัติตามนโยบายการเลือกใช้บริการผู้รับบำบัดกำจัดของเสีย (WP) ที่ได้การรับรองมาตรฐาน Eco Factory for Waste Processor จะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการ Waste Processor รายดังกล่าวได้ปฎิบัติตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้ นำไปสู่การลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาการจัดการของเสียกลับมาสู่ตัวเอง
แน่นอนว่า การที่ภาคอุตสาหกรรมมีการเลือกใช้ผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญในการกำจัดกากอุตสาหกรรมหรือของเสียที่ครอบคลุมให้เป็นไปตามมาตรฐานแล้วนั้น นอกจากจะสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้ด้วย.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

