บันทึกหน้า 4

 “ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” ควันหลงการตั้ง อ.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ในรัฐบาลบิ๊กตู่และรัฐบาลทักษิณ ก่อนมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ยังไม่จบ  คอมเมนเตเตอร์การเมืองอย่าง เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาชำแหละว่า “เพื่อไทย : ความน่าเชื่อถือล้มละลาย” โดยมีสาระสำคัญว่า เมื่อนายเศรษฐาไปอ้อนวอน ทาบทาม วิษณุมาเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หลายคนในพรรคเพื่อไทยบอกว่า ไม่รู้จะตอบคำถามกับสังคมอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าตระบัดสัตย์ หักหลังประชาชนมาแล้ว จนถูกตั้งฉายาว่า เพื่อไทยการละคร และนโยบายที่ประกาศบนเวทีหาเสียงก็ไม่สามารถทำได้ตามที่โฆษณาหาเสียงไว้หลายอย่าง เช่น

1.การไม่จับมือกับ 3 ป. คนทำรัฐประหารร่วมรัฐบาล 2.จะปิดสวิตช์ สว. แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยภายในหนึ่งปี 3.แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้กับคนไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท ทุกคน 4.ค่าไฟฟ้าครัวเรือนที่แพงอยู่จะถูกลงทันที 5.ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดจะไม่มีการขึ้นราคา 6.ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท จะเติมให้ครอบครัวละ 20,000 บาททันที 7.จะขึ้นค่าแรง 600 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี เดือนละ 25,000 บาท 8.จะแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไปทันที แต่ตอนนี้ยาเสพติดแพร่ระบาดไปทั้งเมือง

นโยบายที่หาเสียงไว้ทั้งหมด ยังไม่มีนโยบายใดทำสำเร็จได้เลย ล่าสุดกลับนำเอานายวิษณุมาใช้งานเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ยิ่งเป็นการตอกย้ำความตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง การกลับไปกลับมา กลับกลอกเหมือนลิงหลอกเจ้า ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยล้มละลายในเรื่องคำพูด ขาดความเชื่อถือจากประชาชนโดยสิ้นเชิง

๐ กัญชายังประเด็นร้อนการเมือง ที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาทุกเมื่อระหว่างพรรคเพื่อไทยและ พรรคภูมิใจไทย หลัง สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เตรียมนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ด้วยการประชุมรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ สมาคม ราชวิทยาลัย และเครือข่ายภาคประชาสัมคม โดยข้อสรุปจากวงประชุมนี้เห็นว่าควรนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด โดยอ้างว่าเด็กเข้าถึงง่าย ไอคิวลดลง อุบัติเหตุเพิ่ม และต้นทุนค่ารักษาพยาบาลพุ่งจาก 3 พันล้าน เป็น 2 หมื่นล้าน 

ร้อนไปถึงพรรคภูมิใจไทยที่เคยปลดล็อกพืชสีเขียวนี้ออกจากบัญชียาเสพติด “มิสเตอร์กัญชา” ศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ออกมาโต้เดือดว่าเหมือนการจัดฉาก เลือกเฉพาะกลุ่มต้านกัญชามาแสดงความเห็นฝ่ายเดียว บิดเบือนข้อมูลคนใช้ ผิดหลักการรับฟังความเห็น และยังสร้างความอึดอัดแก่ข้าราชการสาธารณสุขที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล  

ต้องยอมรับว่า กัญชาเป็นนโยบายตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลปัจจุบันที่แถลงไว้เพื่อการแพทย์ เพื่อสุขภาพ และเศรษฐกิจ จู่ๆจะเอาไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง ที่บอกว่าค่ารักษาคนที่ป่วยกัญชาสูงขึ้นจาก 3,000 ล้านบาท มาเป็น 20,000 ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เอาข้อมูลนี้มาจากไหน จาก สปสช. หรือกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันกัญชาอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้ 30 บาทได้ มีผู้ใช้อยู่ จะตอบคนไข้ผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างไร

การที่อดีต รมว.สาธารณสุข นายอนุทิน ได้ออกประกาศเรื่องกัญชาเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ตามนโยบายรัฐบาลและเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ปลดล็อกกัญชาจากการเป็นยาเสพติดของพระราชบัญญัติยาเสพติด 2522 มิใช่การออกประกาศตามอำเภอใจ

ช่วงนั้นคณะกรรมการยาเสพติดก็เห็นด้วยกับการปลดล็อก ซึ่งท่านสมศักดิ์ก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมก็เห็นด้วย ผ่านมาไม่นาน จู่ๆ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์จะออกประกาศเพื่อยกเลิกประกาศดังกล่าวจึงไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมายและสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเพราะประมวลกฎหมายยาเสพติดมีศักดิ์สูงกว่าประกาศกระทรวงที่รัฐมนตรีเตรียมจะออก จึงฝากท่านได้โปรดพิจารณาทบทวนข้อกฎหมายให้ดีๆอย่าทำผิดกฎหมาย

จะต้องจับตาว่าเรื่องกัญชาจะจบอย่างไร ทั้งที่จริงๆ พรรคร่วมรัฐบาลควรสนับสนุนกันไม่ควรหักกันเอง ขณะที่พรรคก้าวไกลขอยืนอยู่บนภู “ดูหมูกัดกัน”. 

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ