
ก็เป็นซะอย่างนี้ จะไม่ให้ชาวบ้านสงสัย จะไม่ให้ชาวบ้านครหา จะไม่ให้ชาวบ้านมองตำรวจมีแต่ภาพลบ มีแต่เรื่องรีดไถ มีแต่เรื่องผลประโยชน์ได้อย่างไรไหว
เวลาเกิดเรื่องงามหน้า เกิดเรื่องอื้อฉาวทีไร "ตำรวจ" ก็มักจะซุกความเหม็นเน่าเอาไว้ใต้พรม ไม่ทำอะไรให้เคลียร์ ไม่ทำอะไรให้โปร่งใส ไม่ทำอะไรให้ชัดเจน
พอวันดีคืนดีลมพัดมาที กลิ่นก็โชยคละคลุ้ง ประจานความเน่าเฟะ
"กรมปทุมวัน"!!!
จาก "ส่วยทุเรียน" ถึง "ส่วยตู้ม้า"
สัปดาห์ก่อนโซเชียลเผยแพร่ไลน์ ตำรวจโรงพักกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ถูกอ้าง รอง ผกก.ป. สั่งให้ลูกน้องทั้งงานสายตรวจ งานจราจร งานสอบสวน จัดหาทุเรียนแต่ละตำบล 1-2 ลูก เพื่อแพ็กลงกล่อง เพราะจะมีการตรวจราชการโรงพัก
พอเป็นเรื่องขึ้นมา พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ก็ออกมาแจงว่าได้ตรวจสอบข้อความที่ส่งกัน เป็นเพียงการพูดหยอกล้อกันเล่นระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา
และเรียก พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก้วกันเนตร์ รอง ผกก.ป.สภ.กันทรลักษ์ มาว่ากล่าวตักเตือน
ไม่ให้พิมพ์ข้อความในลักษณะเช่นนี้ในสื่อโซเชียลสาธารณะทั้งภายในและภายนอกสถานีอีก เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดของบุคคลอื่น
นัยว่าโยนเป็นเรื่องการ "ล้อเล่น" ว่าซั่น
พอมาสัปดาห์นี้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ นาเมืองรักษ์ ผกก.โรงพักภาษีเจริญ ก็ระบายในกลุ่มไลน์ ที่มี บิ๊กจ้าว-พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.อยู่ในกลุ่ม ถึงความอัดอั้นถูกผู้การบังคับให้นำตู้ม้ามาลง แถมให้ไปขอจากวัดเพื่อมาซื้อโดรน พอกำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ สุดท้ายเรื่องก็จบลงตรง ผกก.นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมาผู้การ บอกเข้าใจผิด ขาดสติและเครียด และลบโพสต์ดังกล่าวออกไป
ผู้บังคับบัญชาตักเตือนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและกำชับการปฏิบัติตนในฐานะเป็นหัวหน้าหน่วยและให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ตัดจบโยนเป็นความเข้าใจผิด ขาดสติไปซะอย่างนั้น
เฮ้อ...เห็นแล้วนึกถึง 2 นายพล กอดเอว โอบไหล่ ยืนยันเสียงหนักแน่นไม่มีอะไรต่อกัน
แต่พอทุกอย่างไม่เป็นดังใจ สุดท้ายก็ออกมาแฉกันแหลก ชนิดถ้าข้าชั่วเอ็งก็เลว จนชาวบ้านร้องอ้าว แล้วที่กอดเอว โอบไหล่ คือการละคร ตามตำราซุกขยะใต้พรม
เลยนึกถึง 2 เคสนี้เหมือนกัน
ซุกขยะเอาไว้มาก ถึงพรมจะปิดไม่ให้มองเห็น แต่พอหมักหมมนานๆ กลิ่นก็ต้องโชยเน่าออกมา
ประจานวงการ "สีกากี" ให้ขายขี้หน้าแบบนี้ตลอดไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

