รณรงค์ใช้สินค้าไทย

ข่าวการปิดตัวโรงงานการผลิตของรถยนต์ ซูบารุ และซูซูกิ ในประเทศไทย เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่อ่อนแอ เพราะไม่เพียงอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปเท่านั้นที่กำลังสั่นคลอน แต่อีกหลายอุตสาหกรรมของไทยก็กำลังประสบปัญหา

โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2023 มาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2024 มีโรงงานปิดตัวลงไปแล้วกว่า 1,700 แห่ง กระทบการจ้างงานกว่า 42,000 ตำแหน่ง!

นี่เหมือนเป็นระเบิดเวลา ที่หากไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

ล่าสุดข้อมูลของ KKP Research ได้เปิดเผยข้อมูลว่า เคสที่เกิดขึ้นในเวลานี้ สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่โรงงานปิด แต่จำนวนโรงงานเปิดใหม่ก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าเงินลงทุนใหม่ก็ไม่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

โดย KKP Research ชี้ว่า การปิดตัวของโรงงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนภาพทั้งหมด แต่ตัวเลขการเปิดตัวโรงงานใหม่ที่ลดลงกว่าในอดีตยังย้ำให้เห็นถึงสถานการณ์ในภาคอุตสาหกรรมไทยที่ไม่ดีนัก เพราะการเปิดโรงงานใหม่มีทิศทางที่ชะลอตัวลงเช่นกัน จึงทำให้ยอดการเปิดโรงงานสุทธิในภาพรวมชะลอตัวลงอย่างมาก จากค่าเฉลี่ยที่เป็นบวกสุทธิประมาณ 150 โรงงานต่อเดือน ลดลงเหลือเพียง 50 โรงงานต่อเดือน

ต้องยอมรับว่า ในขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมของไทยอยู่ในภาวะวิกฤต ไม่สามารถแข่งขันได้  เนื่องมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ ทั้งปัญหาเชิงนโยบายที่รัฐบาลพยายามผลักดันการขึ้นเงินค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้น ทำให้ยอดการส่งออกปรับตัวลดลง และประการสุดท้าย สินค้าของไทยนั้นล้าสมัย แข่งขันไม่ได้ 

สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าห่วง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ใช้แรงงานจำนวนมากและได้รับผลกระทบจากค่าแรง เช่น รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ ทอผ้า เป็นต้น 2.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีและดีมานด์ที่หายไป เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น และ 3.กลุ่มที่มีการแข่งขันโดยตรงจากสินค้าจีน เช่น เหล็ก รถยนต์ เป็นต้น

ประเด็นเรื่องสินค้าจีนถือเป็น เรื่องที่ต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะผู้ผลิตจีนสามารถใช้ความได้เปรียบต่อขนาด (Economy of Scale) ที่ได้เปรียบในเรื่องของราคาเข้ามาทุ่มตลาดในไทย ซึ่งอย่างที่เห็นภาพในเวลานี้ สินค้าจีนเข้าไปยึดตลาด ของใช้หลายอย่างไปจากผู้ผลิตชาวไทย ซึ่งนี่ไม่ใช่ผลดี เพราะต้องยอมรับว่าผู้ผลิตชาวไทยไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตชาวจีนได้เลย และการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซก็ทำให้การเข้าถึงสินค้าของจีนง่ายขึ้น การขนส่งสะดวกขึ้น ที่สำคัญสินค้าที่นำเข้าจากจีนหลายรายการยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากข้อตกลงการค้าเสรี ยิ่งทำให้สินค้าทะลักเข้ามาง่ายขึ้น แถมสินค้าจีนยังไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนผู้ประกอบการไทย ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้หากประเมินตัวเลขการค้าขายระหว่างไทย-จีน ในแต่ละปีก็มีมูลค่าหลายล้านล้านบาท แต่ในเนื้อใน ไทยเราขาดดุลการค้าจีนเฉลี่ยปีละ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเงินไหลออกที่น่ากังวล เพราะยิ่งสะท้อนว่าคนไทยเราซื้อสินค้านำเข้ามากกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผู้ประกอบการไทยจะสามารถยืนหยัดในการแข่งขันได้อย่างไร

ดังนั้นตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแล จัดการอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมแบบนี้ เพราะไม่เช่นนั้น ผู้ประกอบการในประเทศจะตายกันหมด ซึ่งถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องมีการป้องกันสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกที่ไม่มีคุณภาพจะต้องจัดการให้หมดไป ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มแต้มต่อให้เอกชนไทย และสร้างมาตรฐานอุปสรรคให้กับสินค้านำเข้าบ้าง และที่สำคัญ ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับมารณรงค์การใช้สินค้าไทย Made In Thailand อย่างจริงจังที่สุด.

 

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง