
หลัง “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดนดรามาลงพื้นที่ถี่ยิบแต่ดูเหมือนจะไร้คุณภาพ ซึ่งเจ้าตัวถึงกับลั่นว่าเป็นเรื่องสีสันการเมืองไม่อยากเอามารกหู เพราะการลงพื้นที่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่กระทบต่อการบริหารประเทศ พร้อมขอเดินหน้าลุยทำงานต่อไปเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ลงพื้นที่ต่อในวันหยุดทันที ที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เพื่อรับปังปัญหาด้านการท่องเที่ยว พร้อมกับเดินถนนคนเดินพัทยา ก่อนวันรุ่งขึ้นไปลุยต่อตรวจพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี พร้อมตรวจเยี่ยมสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง และดูเส้นทางการแข่งรถ F1 ที่หาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี
เรียกว่าเสียงค่อนแขวะไม่มีผลให้การทำงานของ นายกฯนิด ต้องสะดุด เพราะเจ้าตัวก็มีสไตล์การทำงานในแบบของตัวเอง ที่เน้นทำงาน 7 วัน ไม่มีวันหยุด หรือนานๆทีจะหยุดพักวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเห็นได้น้อยครั้ง
ส่วนในการทำงานวันธรรมดา สไตล์การทำงานของ นายกฯเศรษฐา ที่แตกต่างจากรัฐบาลอื่นๆคือการเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวได้แทบทุกกิจกรรม อย่างเช่นการประชุมต่างๆ ที่ในรัฐบาลก่อนๆจะเข้มแบบระบบราชการ เปิดพื้นที่ให้เพียงช่างภาพเข้าไปบันทึกภาพได้ในช่วงต้นการประชุมเท่านั้น จากนั้นจะปิดห้องเป็นการประชุมภายใน
แต่ในรัฐบาลนายกฯนิด ทุกวงการประชุมจะเปิดให้สื่อมวลชนและช่างภาพ เข้าบันทึกภาพและรับฟังจนจบการประชุม โดยนายกฯเป็นคนอนุญาตให้สื่อฯรับฟัง และบอกให้อยู่จนจบการประชุม พร้อมเชิญสื่อฯนั่งร่วมวงได้ หากเก้าอี้ตรงไหนว่างให้นั่งได้เลย แถมวันไหนไม่เห็นสื่อฯเข้าฟังนายกฯก็จะถามหาอีกด้วย
ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ต้องการให้สื่อฯได้รับฟังและเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่ไม่มีความลับ รวมถึงการประชุมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันก็เปิดให้สื่อฯเข้าไปรับฟังการประชุมได้ด้วย”
และล่าสุด “เศรษฐาสไตล์” ต้องจ้อหน้าสื่อฯทุกวัน จากปกติจะให้สัมภาษณ์ทุกครั้งเมื่อมีหมายเจอกับสื่อมวลชน แต่ทว่าวันไหนไม่มีภารกิจที่ต้องพบหน้า เจ้าตัวก็จะลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตอนเช้าก่อนขึ้นทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า เรียกว่าต้องให้สัมภาษณ์ทุกวัน อย่างน้อยวันละครั้ง ทำเอาบรรดากระจิบข่าวต้องรีบมาประจำการทำเนียบฯกันแต่เช้าทุกวัน แม้นายกฯจะไม่มีภารกิจก็ตาม
ก็ถือเป็นการทำงานตามสไตล์ “เศรษฐา” สมกับสโลแกนประจำตัวที่ว่า “ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” จริงๆ
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาเงินเข้ารัฐแทนทุบทิ้ง
ใช้กลไกกรรมาธิการให้เกิดประโยชน์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกป่าสงวน
แน่นปึ้ก
การเมืองไทยไม่เคยห่างหายจากเรื่องเมาธ์มอย ยิ่งช่วงไหนพรรคแกนนำรัฐบาลกำลังท็อปฟอร์ม ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งก็มักจะถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะมาให้คอการเมืองได้วิเคราะห์กันอยู่เสมอ
ออกปุ๊บ เหนื่อยปั๊บ
ออกจากแวดวงการเมืองมาบันเทิงกันบ้าง เมื่อร็อกสตาร์รุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง พี่เสก โลโซ "เสกสรรค์ ศุขพิมาย" ที่เพิ่งจะได้รับอิสรภาพก้าวขาออกจากประตูเรือนจำมาหมาดๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้เวลาปรับตัวภายนอกได้เต็มร้อย
สวมบทอินฟลูฯ
เก็บตกสีสัน “รัฐมนตรีลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ช่วงนี้ภารกิจเนืองแน่น ล่าสุดเจ้าตัวไปเปิดงาน “TikTok Live Commerce EXPO” ปีที่ 2 ที่มีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาช่วยรีวิวและขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในงาน พร้อมทั้งจัดสตูดิโอไลฟ์คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 180 กิจการ นำสินค้ารวมกว่า 615 รายการ มาเสนอขาย
ต่อสู้เพื่อเด็ก
ผู้แทนศรีสะเกษยุคนี้ เปลี่ยนไปมาก แต่ก่อนชาวบ้านบางคนยังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่มาเดี๋ยวนี้เกิดมิติใหม่ กลายเป็นยุค สส.แข่งกันทำงาน
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

