
เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม งานนี้มีหนาวแน่! เพราะ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ส่งสัญญาณเอง ในวันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ซึ่งมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะการประชุมเพื่อพิจารณาในประเด็นที่สังคมจับตา ปมคำสั่ง ให้ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน
โดยวันดังกล่าวมีสื่อมวลชนมาเกาะติดสถานการณ์จำนวนมาก ไม่ว่าจะสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สื่อมวลชนสายการเมือง รวมถึงสื่อฯสายทำเนียบรัฐบาล ที่ติดตามไปทำข่าวนายกรัฐมนตรีด้วย
และที่ว่าหนาวนั้น หนาวจริงๆ แต่ไม่ใช่หนาวเพราะคดีของ “บิ๊กโจ๊ก” แต่เป็นอากาศภายในสำนักงานตำรวจฯที่หนาวตรงบริเวณห้องโถงกลาง ซึ่งเป็นจุดที่เวลามีการประชุมทุกคนจะต้องเดินเข้า-ออก ทางนี้ และยังเป็นจุดที่นายกรัฐมนตรีและระดับผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจฯ ใช้แถลงข่าวภายหลังการประชุมทุกครั้ง
นอกจากนี้บริเวณห้องโถงยังเป็นพื้นที่นั่งรอทำข่าวของสื่อมวลชน ที่ต้องนั่งรอกันไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงจนกว่าการประชุมจะเสร็จสิ้น แต่ทว่าที่ผ่านมาห้องโถงดังกล่าวร้อนอบอ้าว เนื่องจากแอร์ค่อนข้างเก่า และจุดพีคสุดเมื่อช่วงฤดูร้อนแอร์ไม่สามารถสู้กับอากาศร้อนของเมืองไทยได้ จนนักข่าวนั่งเหงื่อตก แม้กระทั่งเข้าฤดูฝนแล้วก็ยังร้อนอยู่
ซึ่ง “บิ๊กต่าย” ในขณะนั้นที่นั่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ทราบเรื่องดังกล่าว แต่เจ้าตัวเคยบอกแบบติดตลกว่า “ยังไม่มีงบ” พร้อมกับช่วยนักข่าวคลายร้อนชั่วคราวโดยสั่งให้เจ้าหน้าที่เปิดหน้าต่างให้รอบด้าน
แต่ล่าสุดสำนักงานตำรวจฯไม่ร้อนแล้ว แถมหนาวสะใจกันเลย โดยก่อนถึงวันประชุม ก.ตร.นัดล่าสุด 1 วัน “บิ๊กต่าย” แอบกระซิบสื่อฯว่า “มาสำนักงานตำรวจฯรอบนี้ให้เตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย” ด้านนักข่าวก็แอบลุ้นว่าท่านรองผบ.ตร. พูดจริงหรืออำกันเล่น และปรากฏว่าเมื่อมาถึงแล้วเจออากาศหนาวจริง เพราะ “บิ๊กต่าย” จัดแอร์ตั้งพื้นขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มมาติดตั้งให้ถึง 8 ตัว อากาศเย็นชื่นใจจนหนาวกันไปเลย
แหม่..สมแล้วที่เขาว่า “ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน” จากนี้เวลาไปสำนักงานตำรวจฯคงต้องเปลี่ยนจากพกพัด มาพกเสื้อกันหนาว ตามที่ “บิ๊กต่าย” บอกแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

