ยกระดับปฏิบัติการโลจิสติกส์

โลกของอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าไปไกลอย่างมากทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ หรือการคมนาคมขนส่งสินค้าให้สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงเป็นส่วนในการผสานความสัมพันธ์ พัฒนาโครงข่ายกลุ่มสินค้าและบริการ รวมไปถึงขยายพื้นที่ตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น เสริมความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมนั้นๆ รวมถึงเพิ่มยอดขายอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง โลจิสติกส์จึงเหมือนเป็นหัวใจสำคัญที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงทำให้หลายหน่วยงานเข้ามาให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์มากขึ้น

โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม (DIPROM) ที่มีจุดมุ่งหมายในการผลักดันอุตสาหกรรมหรือธุรกิจดังกล่าว ให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับการบริการและห่วงโซ่อุปทานให้ได้มาตรฐานสากล

โดยเหตุนี้เองจึงได้มีการเปิดเวทีเสวนา “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมในการยกระดับมาตรฐาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต โดย นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน การเดินไปข้างหน้าจำเป็นต้องการการขับเคลื่อนอย่างรู้เท่าทัน ซึ่งควรมุ่งเน้นการขับเคลื่อนจากภายในสู่ภายนอกอย่างสมดุล

โดยการยกระดับศักยภาพโลจิสติกส์ทั้งระบบ และเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจบริการโลจิสติกส์ให้สามารถกระจายฐานการบริการและการลงทุนที่เชื่อมโยงในอาเซียนอย่างมีเสถียรภาพ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคและภูมิภาคอาเซียน ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันบนฐานการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์ให้มีทักษะสูง

รวมถึงสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางโลจิสติกส์ให้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยให้เชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาคและระดับโลก ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ดีพร้อมเสริมสร้างความสามารถการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีดีพร้อม กล่าวว่า การส่งเสริมด้านการจัดการโลจิสติกส์ในสถานประกอบการ 4 ด้าน คือ 1.การยกระดับระบบปฏิบัติการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม (Logistics Consult) ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ด้วยการเข้าไปวินิจฉัยศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และให้คำปรึกษาแนะนำ ณ สถานประกอบการ 2.การสร้างนักโลจิสติกส์อุตสาหกรรมมืออาชีพผ่านการฝึกอบรมและส่งเสริมให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนให้มีความรู้ตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

3.การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการพัฒนาการมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย พร้อมการส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยในโซ่อุปทาน และการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ และ 4.การส่งเสริมการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อช่วยในการวางแผนทรัพยากรองค์กรการจัดการคลังสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์

ทั้งนี้ในปี 2567 ดีพร้อมได้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ใน 5 ภูมิภาค จำนวน 310 กิจการ ให้มีความสามารถในการยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานให้ได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมในการยกระดับมาตรฐาน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ อาทิ ต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลัง ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า ต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 1,800 ล้านบาท และการคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการ จำนวน 350 กิจการ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2,100 ล้านบาท

แน่นอนว่า การดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและยกระดับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและบริการด้านโลจิสติกส์ จัดการกิจกรรมทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง