บันทึกหน้า 4

  “ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” หลัง   'แพทองธาร ชินวัตร' รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ก็มีกฐินกองใหญ่ไว้ต้อนรับ โดยนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ “พุทธะอิสระ” อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหัวข้อ “เอาแล้ว” ระบุว่า ยังไม่ทันได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเลย ก็มีคนจ้องจองกฐินเสียแล้วหรือ ว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีเงาของคุณพ่อทักษิณ ได้ยินข่าวแว่วๆ มาว่า หลังจากผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีหลายคนเตรียมตัวจ้องจองกฐินถวายสังฆทานท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของตระกูลชิน หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า อะไรกัน ยังไม่ได้ทำงานเลย จะมีเหตุอะไรให้ต้องถูกจองกฐิน

1.นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่หาเสียงเอาไว้ว่า เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วจะแจกทันที แล้วจะไม่ต้องกู้แม้แต่บาทเดียว แต่พอได้เป็นรัฐบาลแล้ว พรรคเพื่อไทยก็ออกมาบอกว่า จำเป็นจะต้องกู้เงินมาแจกเป็นเงินดิจิทัล วงเงินกู้ 5 แสนล้านบาท จวบจนเวลาผ่านไป 1 ปี ประชาชนก็ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ทั้งที่ตอนหาเสียงก็ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าจะไม่กู้ นี่ก็เป็นประเด็นที่จะถูกจองกฐิน

นี่ยังไม่นับรวมที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ว่า หากได้เป็นรัฐบาลแล้ว ค่าน้ำ ค่าไฟ ราคาน้ำมัน และค่าครองชีพจะลดทันที นี่ก็เข้ามาปีที่สองแล้ว ทุกอย่างกลับแพงขึ้นกว่าเดิม แต่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับเงียบกริบ นี่ก็อาจจะเป็นเหตุให้มีคนจ้องจองกฐินได้เหมือนกัน

2.ถือหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ทั้งที่เป็นที่ธรณีสงฆ์ แต่มีผู้ใช้กลอุบายฉ้อฉล เล่นแร่แปรธาตุ จนสามารถนำมาขายให้คนตระกูลชินได้เป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะนายกฯ หญิงวัยละอ่อน ถือหุ้นอยู่ถึง 30% ทั้งที่เจ้าของเดิมเขายกให้เป็นสมบัติของพระศาสนา แต่สุดท้ายก็มาตกอยู่ในความครอบครองของนายทักษิณ 3.ปล่อยให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงกิจกรรมของพรรคการเมืองและการแต่งตั้งรัฐมนตรี

ต่อเนื่องกับปมโครงการแจกเงินหมื่นบาท  นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “เทพไท–คุยการเมือง” หัวข้อ “ขอชัดๆ จะเอาอย่างไร? เงินดิจิทัลวอลเล็ต กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ตอนหนึ่งว่า เมื่อมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือคุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทำให้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นที่สนใจของสังคมว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ จนสื่อมวลชนต้องตั้งคำถามต่อคุณอุ๊งอิ๊ง ตอนแถลงข่าวในวันรับสนองพระบรมราชโองการ แต่คำตอบที่ได้รับก็ไม่มีความชัดเจน ตอบคำถามแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ประเภทจะเดินหน้าก็มีปัญหา จะถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่ก็กลัวจะโดนด่า จึงขอเวลาตั้งหลักก่อน เพื่อปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาล และจะใช้เป็นเหตุผลและข้ออ้างในการยุตินโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต

สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เปรียบเหมือนกับดาบสองคม จะเดินหน้าไปก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย และอาจเป็นเงื่อนไขทำให้รัฐบาลคุณอุ๊งอิ๊งพ้นสภาพได้ แต่ถ้าหากไม่เดินต่อก็กลัวถูกสังคมโจมตี เพราะเป็นนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเพียงนโยบายเดียวที่พอจะมีแนวทางเดินต่อไปได้ เพราะนโยบายอื่นๆ ที่คุณอุ๊งอิ๊งประกาศบนเวทีหาเสียง ไม่สามารถทำได้เลย จนเกิดเป็นคลิปล้อเลียนสนั่นโลกโซเชียล และที่สำคัญอาจจะมีคนไปฟ้องต่อ กกต.เพื่อให้เอาผิดในข้อหาหลอกลวงประชาชน เพื่อหวังผลให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง

สรุปได้ว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังแก้ปัญหาไม่ตก ยังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

๐ ช่วงรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มีคำถามกรณี “ทักษิณ” สามารถแต่งขาวได้หรือไม่ ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่สามารถแต่งเครื่องแบบปกติขาวของข้าราชการการเมืองได้นะครับ กฎสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2552 เขียนไว้ชัดเจนในข้อ 13

“ทักษิณ ชินวัตร” ถูกพิพากษาจำคุกเพราะทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ และยังหนีคดีไป 17 ปี จึงไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบปกติขาวครับ ไม่มีความรู้ ไม่สนใจศึกษากฎหมาย ทำผิดกฎหมายมาตลอด จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้ เลิกทำผิดกฎหมายเสียทีเถิด.

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .