
“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” หลัง 'แพทองธาร ชินวัตร' รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ก็มีกฐินกองใหญ่ไว้ต้อนรับ โดยนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ “พุทธะอิสระ” อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหัวข้อ “เอาแล้ว” ระบุว่า ยังไม่ทันได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเลย ก็มีคนจ้องจองกฐินเสียแล้วหรือ ว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีเงาของคุณพ่อทักษิณ ได้ยินข่าวแว่วๆ มาว่า หลังจากผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีหลายคนเตรียมตัวจ้องจองกฐินถวายสังฆทานท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของตระกูลชิน หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า อะไรกัน ยังไม่ได้ทำงานเลย จะมีเหตุอะไรให้ต้องถูกจองกฐิน
1.นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่หาเสียงเอาไว้ว่า เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วจะแจกทันที แล้วจะไม่ต้องกู้แม้แต่บาทเดียว แต่พอได้เป็นรัฐบาลแล้ว พรรคเพื่อไทยก็ออกมาบอกว่า จำเป็นจะต้องกู้เงินมาแจกเป็นเงินดิจิทัล วงเงินกู้ 5 แสนล้านบาท จวบจนเวลาผ่านไป 1 ปี ประชาชนก็ยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ทั้งที่ตอนหาเสียงก็ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าจะไม่กู้ นี่ก็เป็นประเด็นที่จะถูกจองกฐิน
นี่ยังไม่นับรวมที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ว่า หากได้เป็นรัฐบาลแล้ว ค่าน้ำ ค่าไฟ ราคาน้ำมัน และค่าครองชีพจะลดทันที นี่ก็เข้ามาปีที่สองแล้ว ทุกอย่างกลับแพงขึ้นกว่าเดิม แต่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับเงียบกริบ นี่ก็อาจจะเป็นเหตุให้มีคนจ้องจองกฐินได้เหมือนกัน
2.ถือหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ทั้งที่เป็นที่ธรณีสงฆ์ แต่มีผู้ใช้กลอุบายฉ้อฉล เล่นแร่แปรธาตุ จนสามารถนำมาขายให้คนตระกูลชินได้เป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะนายกฯ หญิงวัยละอ่อน ถือหุ้นอยู่ถึง 30% ทั้งที่เจ้าของเดิมเขายกให้เป็นสมบัติของพระศาสนา แต่สุดท้ายก็มาตกอยู่ในความครอบครองของนายทักษิณ 3.ปล่อยให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงกิจกรรมของพรรคการเมืองและการแต่งตั้งรัฐมนตรี
ต่อเนื่องกับปมโครงการแจกเงินหมื่นบาท นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “เทพไท–คุยการเมือง” หัวข้อ “ขอชัดๆ จะเอาอย่างไร? เงินดิจิทัลวอลเล็ต กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ตอนหนึ่งว่า เมื่อมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือคุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทำให้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นที่สนใจของสังคมว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ จนสื่อมวลชนต้องตั้งคำถามต่อคุณอุ๊งอิ๊ง ตอนแถลงข่าวในวันรับสนองพระบรมราชโองการ แต่คำตอบที่ได้รับก็ไม่มีความชัดเจน ตอบคำถามแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ประเภทจะเดินหน้าก็มีปัญหา จะถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่ก็กลัวจะโดนด่า จึงขอเวลาตั้งหลักก่อน เพื่อปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาล และจะใช้เป็นเหตุผลและข้ออ้างในการยุตินโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต
สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เปรียบเหมือนกับดาบสองคม จะเดินหน้าไปก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย และอาจเป็นเงื่อนไขทำให้รัฐบาลคุณอุ๊งอิ๊งพ้นสภาพได้ แต่ถ้าหากไม่เดินต่อก็กลัวถูกสังคมโจมตี เพราะเป็นนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเพียงนโยบายเดียวที่พอจะมีแนวทางเดินต่อไปได้ เพราะนโยบายอื่นๆ ที่คุณอุ๊งอิ๊งประกาศบนเวทีหาเสียง ไม่สามารถทำได้เลย จนเกิดเป็นคลิปล้อเลียนสนั่นโลกโซเชียล และที่สำคัญอาจจะมีคนไปฟ้องต่อ กกต.เพื่อให้เอาผิดในข้อหาหลอกลวงประชาชน เพื่อหวังผลให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
สรุปได้ว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังแก้ปัญหาไม่ตก ยังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ
๐ ช่วงรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มีคำถามกรณี “ทักษิณ” สามารถแต่งขาวได้หรือไม่ ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่สามารถแต่งเครื่องแบบปกติขาวของข้าราชการการเมืองได้นะครับ กฎสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2552 เขียนไว้ชัดเจนในข้อ 13
“ทักษิณ ชินวัตร” ถูกพิพากษาจำคุกเพราะทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ และยังหนีคดีไป 17 ปี จึงไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบปกติขาวครับ ไม่มีความรู้ ไม่สนใจศึกษากฎหมาย ทำผิดกฎหมายมาตลอด จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายก็ไม่ได้ เลิกทำผิดกฎหมายเสียทีเถิด.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ยังไม่ถึงเวลา! วันศุกร์นี้ "รัฐบาลอนุทิน" ยังคาดเข็ดขัดนิรภัยต่อ แม้ "นายกฯ หนู" จะบอกว่าพร้อมยุบสภาทุกเมื่อ เตรียมพระราชกฤษฎีการอไว้แล้ว ถึงจะเลื่อนเร็วขึ้นจากไทม์ไลน์เดิม 31 ม.ค. 69 แต่ไม่ใช่ 12 ธ.ค.
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนศึกชายแดนไทย-กัมพูชารอบนี้ ที่ เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคมเป็นต้นมา จะไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่ เพราะทั้ง “ฮุน เซน” และ “ฮุน มาเนต” ที่เป็นเจ้าของประเทศมุ่งมั่นอย่างมาก
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชารอบสอง ล่วงเข้าวันที่่ 3 ก่อนรุ่งสางกัมพูชาเปิดฉากยิง BM-21 ใส่ไทยหลายจุดและตกใส่พื้นที่พลเรือน ขณะที่กองทัพไทยตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารกัมพูชาที่จะเป็นภัยคุกคามของไทย
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์รุมเร้ารัฐบาลตั้งแต่วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ ยังไม่ทันแห้งดีก็ต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากไฟความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เดิมคิดว่าจะยุติไปแล้ว แต่กลับปะทุขึ้นอีกรอบจนกลายเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องรีบหาทาง “ให้มันจบที่รุ่นเรา” ตามเสียงประชาชนที่ทนกับความยืดเยื้อมาหลายสิบปีไม่ไหว
บันทึกหน้า 4
บันทึกในสัปดาห์ที่ต้องมีการจับตาความเคลื่อนไหวสำคัญทางการเมืองว่าด้วย "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" สภา ตามที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้ประกาศไว้ 12 ธ.ค.ศกนี้ หากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตาม รธน.มาตรา 151 เพราะไม่ยอมให้ "ด่าฟรี!"
บันทึกหน้า 4
น้ำลด การเมืองผุด! หลังเพลาไปช่วงมหาวิปโยคใต้ เวลานี้กลับมาร้อนฉ่าอีกรอบ ช่วงเย็นพุธที่ผ่านมา คล้อยหลัง "นายกฯ อนุทิน" แถลงโชว์ถอนรากสแกมเมอร์เขมรยึดทรัพย์หมื่นล้าน

