
ในช่วงที่รอกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล “แพทองธาร 1” ที่ยังไม่เสร็จสิ้น ช่วงนี้ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ของประเทศไทย ซึ่งยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ จึงยังไม่ได้เข้าประจำการทำเนียบรัฐบาล เลยใช้อาคาร SC ASSET Public Company Limited ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือที่เรียกว่า “ตึกชินวัตร 3” เป็นฐานที่มั่นในการทำงานไปก่อน ทั้งเรียกประชุมและหารือกลุ่มต่างๆ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
รวมถึงการรับฟ้องข้อเสนอแนะและมาตรการในการขับเคลื่อนประเทศ ที่ล่าสุดกลุ่มภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าไทย สภาหอการค้าไทย-จีน สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย ได้ขอเข้าพบนายกฯอิ๊งค์ เพื่อเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนายกฯอิ๊งค์ เปิดชั้น 9 ตึกชินวัตร 3 รับฟังทุกภาคส่วน
ขณะที่ล่าสุด แม้ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในหมวกนายกฯ แต่ นายกฯแพทองธาร ได้สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ควง สส.เพื่อไทย ลงเรือและลุยน้ำ ติดตามปัญหา และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดน่าน พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน ในช่วงวันหยุดเสาร์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา
พร้อมโชว์ฝีมือทำอาหารเมนูให้ผู้ประสบอุทกภัยได้รับประทานกันด้วย และยืนยันถ้าได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้วจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และจะลงพื้นที่มาดูแลประชาชนบ่อยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับสไตล์การทำงานของ นายกฯแพทองธาร ที่แม้ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แต่ก็สวมหมวกนายกฯแล้ว ขณะนี้เริ่มมีการวางแพลนงานในเบื้องต้นเมื่อปฏิบัติหน้าที่นายกฯนอกจากจะเน้นการทำงานที่เข้มข้น จะมีการลงพื้นที่ติดตามงานและพบปะประชาชนในช่วงวันหยุดเสาร์ หรืออาทิตย์ ด้วย
โดยเบื้องต้นจะเน้นเป็นภารกิจในวันเสาร์ 1 วันเป็นหลัก และหยุดวันอาทิตย์เพื่ออยู่กับครอบครัว ส่วนวันธรรมดาจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่หากมีเหตุเร่งด่วนก็พร้อมลงพื้นที่ได้ตลอดเวลา ทุกอย่างสามารถปรับได้ตามสถานการณ์
ซึ่งก็จะมีความแตกต่างจากรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ต่างจังหวัดถี่มาก ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่หยุด จนบางครั้งมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าไปถี่ แต่อาจไม่ทั่วถึงหรือไม่
ส่วนตอนนี้แม้ยังไม่เริ่มต้น แต่ “นายกฯอิ๊งค์” ก็ฟิตพร้อมลุยงานแล้ว ถ้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ สงสัยงานเพียบแน่ๆ
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

