แหล่งท่องเที่ยวสุดโปรดของคนไทย

การออกไปท่องโลกนับเป็นอีกหนึ่งพลังงานที่ช่วยชาร์จแบตให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนระยะสั้นๆ ภายในประเทศ หรือแม้แต่การเดินทางที่ไกลสักหน่อยไปยังต่างประเทศ สำหรับใครที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้วคงต้องบอกว่าการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับใครหลายๆ คน เห็นได้จากผลสำรวจล่าสุดจากอโกด้า พบว่า 74% ของนักเดินทางชาวไทยเลือกกลับไปยังจุดหมายปลายทางเดิมที่ชื่นชอบซ้ำอีกครั้ง ซึ่งการจัดอันดับนี้ได้สำรวจจากนักเดินทางชาวไทยที่จองที่พักผ่านแพลตฟอร์มอโกด้าในเดือนที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ประทับใจและอยากกลับไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวเดิมอีกครั้ง โดยประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และลาว ครองแชมป์จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีฮ่องกงและเวียดนามเป็นอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ

ทั้งนี้ อโกด้าได้สำรวจนักเดินทางที่จองทริปเดินทางครั้งใหม่ไปยังจุดหมายปลายทางเดิมที่พวกเขาชื่นชอบ พบว่า 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกการผจญภัยเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง 23% ชื่นชอบอาหารท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ และอีก 20% ระบุว่าชอบศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งยังได้ไปพบปะครอบครัวและเพื่อนอีกด้วย โดยนักเดินทางชาวไทยมากถึง 54% กลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเดิม 1-3 ครั้งในรอบทศวรรษที่ผ่านมา นับเป็นกลุ่มนักเดินทางที่กลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเดิมมากที่สุด ทั้งนี้อีก 17% ระบุว่าได้เดินทางกลับไปยังจุดหมายปลายทางเดิมถึง 10 ครั้งหรือมากกว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เอนริก คาซาลส์, Associate Vice President Southeast Asia, อโกด้า กล่าวว่า นักเดินทางหลายคนชอบการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ แต่ยังมีจำนวนไม่น้อยที่ชอบกลับไปยังจุดหมายปลายทางเดิมอีกครั้ง ผลสำรวจของอโกด้าแสดงให้เห็นว่า ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และลาวไม่ได้เป็นแค่เพียงแค่จุดหมายปลายทางทั่วไปของนักเดินทางชาวไทย แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่ชวนให้หลงใหลจนอยากกลับไปสัมผัสอีกครั้ง อโกด้าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพาคุณออกเดินทาง พร้อมมอบตัวเลือกที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งแรกหรือครั้งที่สิบก็ตาม

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และลาวสามารถดึงดูดนักเดินทางชาวไทยให้กลับมาเยือนอีกครั้ง ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะความสะดวกในการเดินทาง (53%) ตามมาด้วยความอร่อยของอาหารท้องถิ่น (49%) ความปลอดภัยและความสะอาด (42%) ทำเลที่สะดวก (38%) และโอกาสในการช็อปปิ้ง (30%) รวมเป็น 5 เหตุผลหลักที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับไปเยือนประเทศเหล่านี้อีกครั้ง

หากพิจารณาข้อมูลการสำรวจจากมุมมองของนักเดินทางทั่วเอเชีย พบว่าประเทศญี่ปุ่น ไทย และเวียดนามคือจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางชาวเอเชียชื่นชอบ โดย 44% ของนักเดินทางเหล่านี้ระบุว่า 'ความสะดวกในการเดินทาง' คือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขากลับไปยังจุดหมายปลายทางเดิมที่โปรดปรานอีกครั้ง

หากลงรายละเอียดแค่ประเทศญี่ปุ่นจะพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปยังญี่ปุ่นจำนวนสะสมรวมกว่า 17.7 ล้านคน เติบโต 65.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเติบโต 6.9% นับว่าเติบโตทุบสถิติแซงปี 2562 ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ระบาดกันเลยทีเดียว โดยเงินเยนที่อ่อนค่านั้นเป็นแรงจูงใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง และมีการจับจ่ายกันอย่างคึกคัก จากสถิติยังพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเงินไปกับที่พักและการช็อปปิ้งมากถึง 2.1 ล้านล้านเยน

มนตร์เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นมีอยู่หลากหลาย จึงไม่แปลกใจที่ครองใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยที่นิยมเดินทางไปญี่ปุ่นกันจำนวนมาก เรียกว่ามากพอที่จะเป็นท็อป 6 เลยก็ว่าได้ เพราะการที่ญี่ปุ่นมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม อาหารที่อร่อย ระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกันจากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่ง ทำให้สะดวกสบาย จึงไม่แปลกใจหากใครๆ ต่างก็พากันแชร์รูปภาพสวยๆ ประสบการณ์ต่างๆ ในโซเชียลมีเดียกันตลอด.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อขยะ(ไม่)ไร้ค่า

ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะความผันผวนของราคาพลังงานจากพิษสงครามในตะวันออกกลาง และวิกฤตขยะล้นเมืองที่กัดเซาะสิ่งแวดล้อมมานานนับทศวรรษ คำถามสำคัญคือ เราจะหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?

บ้านประหยัดพลังงาน

สภาพอาการแปรปรวนที่มาจากปัญหาโลกร้อนนั้น ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ร่วมกันผลักดันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้คนต่างหันมาเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นเทรนด์รักษ์โลก

ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการบิน ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มชะลอการเดินทาง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้

มองวิกฤตคือโอกาส

ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่มีผลกระทบรอบด้านฉุดเศรษฐกิจโลกให้มีการเติบโตที่ชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกเพราะการสู้รบและทำลายล้างในพื้นที่หลักของการผลิตน้ำมัน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระแสการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ