บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ไม่ทันเริ่มบริหารบ้านเมือง แห่ตั้งฉายากันแล้ว จะเหนียมทำไม ก็แค่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แปรสถานะเป็นหัวหน้า "ครม.ครอบครัว" เห็นกันอยู่เต็มสองตานามสกุลบรรดารัฐมนตรีทั้งหลายโชว์หรา ชัดสุดต้องยกให้ชื่อนี้ "แพทองธาร ชินวัตร" ล่าสุด "ผู้ครอบครอง" ยังโผล่เข้าตึกชินฯ 3 ไปจัดนโยบายรัฐบาล ทุกวันนี้เลิกดูความเหมาะสม ความสามารถ ความถนัดของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ กันแล้ว ยึดวิถี "โควตา" หนำซ้ำถ้าได้โควตาแล้วตัวเองนั่งไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ทำราวกับมรดกยกให้ลูก ให้พ่อ ให้น้อง สมกับเป็น "ครม.สืบสันดาน" เล่นเอา "นายกฯ อิ๊งค์" ถึงกับสะดุ้งร้อง "โห” ใช้คำแรงจัง "อยากให้มองว่าเป็นความตั้งใจได้ไหม ที่มันถ่ายทอดกันมาในคนใกล้ชิด คนรู้จัก เพราะหลายๆ อย่างที่ต้องทำต้องใช้แรงผลักดัน 

อาศัยความภาคภูมิใจของคนข้างๆ คนรอบๆ ฉะนั้นคำว่าเป็นครอบครัวหรือเป็นอะไรมันไม่ใช่ข้อเสีย มันเป็นเรื่องของแรงผลักดันให้กันมากกว่า โดยเห็นว่าคนหนึ่งทำเพื่อประเทศแบบนี้ อีกคนหนึ่งในครอบครัวก็มีแรงผลักดันเช่นกัน มันเป็นแบบนั้น" แถมยังอ้อนนักร้องรุ่นใหญ่รุ่นเล็กทั้งหลายให้เพลามือลงบ้าง "สงสารนายกฯ บ้าง อย่าฟ้องอะไรเยอะเลย เป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว และก็ตั้งใจทำงานเต็มที่งานนี้โทษใครไม่ได้ นอกจากพ่อแม้ว เปิดศึกรอบด้านเรียกแขกทุกสารทิศ ผลักลูกยืนริมหน้าผา เสียวไส้ได้ทุกวินาที

๐ ทัวร์ลง! ถูกจับตามอง ตั้งแต่มีชื่อนั่ง รมว.อุตสาหกรรม โดยก่อนนายกฯ จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" โดนวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาคุณสมบัติ กรณีเป็นจำเลยในคดี กปปส. ก่อเหตุขัดขวางการเลือกตั้งและบุกรุกสถานที่ราชการ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. แกนนำและแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้ นายเอกนัฏ จำคุก 1 ปี แต่รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 13,333 บาท กระทั่ง 27 มิ.ย.67 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายกฟ้องนายเอกนัฏ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรครวมไทยสร้างชาติจึงยืนยันว่า หากยังไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาเห็นเป็นอย่างอื่นออกมา นายเอกนัฏถือเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน เท่ากับในแง่ของกฎหมายเคลียร์ไปเปลาะหนึ่ง ปรากฏว่าหลังโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เจอหนักกว่าเดิม อดีตมวลชน กปปส. รุมถล่มทิ้งอุดมการณ์ไปจับมือกับระบอบทักษิณ ทั้งที่เคยปลุกม็อบไล่จนมีคดีความ แทบไม่ต่างจากหัวหน้าและเลขาฯ ปชป. ที่โดนตราหน้าทรยศประชาชน พาประชาธิปัตย์ผสมพันธุ์เพื่อไทย ยิ่งตอกย้ำความกังขาที่ยอมไปเป็นพยานให้กับ "ทักษิณ" ในคดีความผิดมาตรา 112 หลวมตัวเดินตามเกม "นายใหญ่" มาเหนือชั้น มีแต่ได้กับได้ ส่วนคนที่ยอมซูฮกมีแต่เสียกับเสีย ทั้ง พปชร. กับ ปชป. ก็โดนย่างสดไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิว รทสช.

๐ วันศุกร์นี้ "ลุงป้อม" ออกแรงอีกรอบ นั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติม หลัง "..ธรรมนัส พรหมเผ่า" ยกก๊วนลาออก 6 คน ทำให้ชุดปัจจุบันที่มีอยู่ 19 คน เหลือ 13 คน โดยบิ๊กป้อมจะดันมือขวาที่เหลืออยู่ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ขยับจากรองหัวหน้าพรรคมานั่งเลขาธิการพรรคแทนผู้กอง "ร.อ.ธรรมนัส" เฉลยว่าได้ไขก๊อกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค พร้อมกับนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 67 ซึ่งเป็นวันที่ผู้กองประกาศอิสรภาพตัดขาดจากบิ๊กป้อม แต่ยังไม่แน่พอที่จะยอมทิ้งความเป็นสมาชิกพรรค เพราะเท่ากับหลุดจาก สส.ทันที เจ้าตัวคุยว่ากำลังดูข้อกฎหมายว่าจะออกจากพรรคอย่างไรแบบถูกกฎหมาย โดยยังคงสถานภาพ​เป็น สส.อยู่ ตอบเลยว่ายาก ตราบใดที่ลุงป้อมไม่ตะเพิดพ้นพรรค ก็อยู่กันไปแบบนี้ สถานะทางนิตินัยเป็นฝ่ายค้าน ส่วนพฤตินัยรัฐบาลจ๋า ในฐานะ "ผู้ครอบครอง" 3 รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงเกษตรฯ ตัวจริงเสียงจริง อลเวงแท้การเมืองไทย.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .