คาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังแผ่ว

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองในขณะนี้คือ “อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ต้องยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายอย่างมาก สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่หดตัว 24.16% และยอดส่งออกรถยนต์ในช่วง 6 เดือนแรก ที่หดตัว 1.85% ซึ่งหลักๆ เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่, ปัญหาหนี้ครัวเรือน ตลอดจนความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์

ขณะเดียวกัน “สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ลง 10.53% จากเดิมที่ 1.9 ล้านคัน เหลือ 1.7 ล้านคัน โดยยังคงเป้าหมายการผลิตเพื่อส่งออกไว้ที่ 1.15 ล้านคัน แต่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศนั้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26.67% เหลือเพียง 5.5 แสนคัน ด้วยปัจจัยกดดันจากกำลังซื้อภายในประเทศที่ลดลง และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ

แน่นอนว่าเมื่อยอดขายรถยนต์ในประเทศชะลอตัวลง ย่อมมีผลถึง “สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์” ด้วยอย่างแน่นอน โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 นั้น สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ในระบบแบงก์ไทยหดตัว 6.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งหดตัวลึกลงจากไตรมาสแรกที่หดตัว 3% ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์นั้นลดลงจาก ณ สิ้นปี 2566 ประมาณ 5.77 หมื่นล้านบาท!!

โดยสาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้ตามงวดผ่อนชำระของยอดสินเชื่อเดิมในอัตราที่เร็วกว่ายอดจัดสินเชื่อใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกที่คาดว่าจะลดลงตามยอดขายรถใหม่ที่หดตัว 24.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับน่าจะมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากปัญหาด้านรายได้และกำลังซื้อ รวมถึงนโยบายเครดิตที่ระมัดระวังของผู้ให้บริการสินเชื่อในภาพรวม ท่ามกลางสภาวะที่ปัญหาคุณภาพหนี้สะท้อนจากสินเชื่อ Stage2 ของสินเชื่อเช่าซื้อรถที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก และสูงกว่าสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นๆ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2567 สินเชื่อเช่าซื้อจะหดตัว 5.5% ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากที่หดตัว 0.4% ในปีที่ผ่านมา และต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดไว้ที่ขยายตัว 1-2% ค่อนข้างมาก สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ใหม่ในปีนี้ที่คาดว่าจะลดลงจากสมมติฐานเดิม มาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 6 แสนคัน

ทั้งนี้ มี 3 ประเด็นที่กดดันสินเชื่อเช่าซื้อที่น่าจะยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว ได้แก่ 1.ผลบวกจากยอดขายรถ BEV ต่อสินเชื่อเช่าซื้อปีนี้มีจำกัด แม้ว่าการตีตลาดของรถ BEV จากค่ายรถต่างประเทศที่ราคาต่ำลง ทำให้ผู้ซื้อบางส่วนเลื่อนการตัดสินใจซื้อรถใหม่ออกไป ทำให้สินเชื่อเช่าซื้อไม่ได้อานิสงส์จากยอดขายรถ BEV มากดังที่ควรจะเป็น 2.ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและปัญหาคุณภาพหนี้ เป็นเงื่อนไขหลักที่ทำให้เกิดการชะลอตัวทั้งฝั่งความต้องการซื้อรถและความต้องการปล่อยสินเชื่อจากผู้ให้บริการสินเชื่อ และ 3.มาตรการดูแลการปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ดี แนวโน้มตลาดสินเชื่อซื้อหลังจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดลูกค้าศักยภาพจำกัดอยู่ที่ฐานรายได้ระดับกลางและบน ซึ่งมีภาระหนี้ต่อรายได้ต่ำ แต่มีขีดความสามารถในการก่อหนี้ที่เป็นรถใหม่เพิ่มเติม โดยผู้ให้บริการมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 3-5 หมื่นบาทขึ้นไปมากขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้ารถ BEV ยังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจ เนื่องจากมักซื้อรถ BEV เป็นรถคันที่ 2-3 เพื่อตอบโจทย์การเดินทางด้วยพลังงานทางเลือกที่ประหยัดขึ้น

ส่วนตลาดรถมือสองนั้น “ยังมีความเสี่ยงสูง” ทำให้ผู้ให้บริการสินเชื่อคงเน้นไปที่ตลาดจำนำทะเบียน ขณะเดียวกันด้วยความเสี่ยงของลูกค้าที่ยังสูง จึงทำให้จะยังคงเห็นภาพการจัดไฟแนนซ์ด้วยวงเงินที่ลดลง เพิ่มเงินดาวน์ หรือภาพที่เต็นท์รถเน้นให้ลูกค้าซื้อรถด้วยเงินสดมากขึ้น ดังนั้นผู้ให้บริการสินเชื่อจึงอาจเลือกเพิ่มผลตอบแทนของพอร์ตในภาพรวม ด้วยการที่ยังคงให้น้ำหนักกับตลาดจำนำทะเบียน โดยเฉพาะแบบโอนความเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถ (โอนเล่ม) ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า และต้องจับตาความเสี่ยงคุณภาพหนี้ที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่ปัจจัยนี้ส่งผลทำให้ภาพรวมสินเชื่อกลุ่มนี้เติบโตชะลอตัวลง โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2567 สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (แบงก์-นอนแบงก์) ขยายตัว 25.3% ชะลอลงจาก 36.2% ในปีก่อน.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน