นายกฯ รับทราบเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิด สูญเสียขา ชี้เป็นของเดิมอยู่ในพื้นที่เขมรเคยยึดครอง

นายกฯ รับทราบเหตุทหาร เหยียบทุ่นระเบิดในเขตทหารไทยสถาปนาความมั่นคง ชี้เป็นของเดิมที่เขมรเคยยึดครอง ลั่นต้องดูแลทหารบาดเจ็บให้ดีที่สุด พร้อมเพิ่มความระมัดระวังหน่วยเก็บกู้เต็มที่ ขณะทภ.2 เร่งประชาสัมพันธ์ไร้กังวล ว่าจะมีเหตุร้าย ส่วนเหตุคลั่งจับนร. เป็นตัวประกันที่หาดใหญ่ส่งทหาร-ตร. เผชิญเหตุ อยู่ระหว่างเจรจา พร้อมส่งผู้บาดเจ็บส่งรพ.


11 กุมภาพันธ์ 2569 - เวลา 18.00 น. ที่จังหวัดนครสวรรค์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าได้รับทราบรายงายกรณีทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษแล้ว ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดที่ได้ทำการเก็บกู้อย่างต่อเนื่อง แต่ทุ่นระเบิดดังกล่าวอาจจะหลงเหลือจากการเก็บกู้ ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ แต่ต้องเรียนให้ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่ทหารไทยได้สถาปนาความมั่นคงไว้ จากเดิมเป็นพื้นที่ที่กัมพูชาเคยยึดครองไว้ พร้อมย้ำว่า จะต้องดูแลทหารที่บาดเจ็บให้ดีที่สุด และเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดให้ได้มาก และเร็วที่สุด อีกทั้งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้กับหน่วยเก็บกู้อย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ดังกล่าวให้กับประชาชนได้ทราบทั่วไป เพื่อคลายความกังวลว่าจะมีเหตุร้ายหรือไม่

นายกรัฐมนตรี ย้ำอีกว่า จากการที่ได้รับรายงานเป็นผู้ระเบิดที่อยู่ในพื้นที่ของกองทัพไทยที่ได้ไปควบคุมจากการครอบครองของกัมพูชาก่อนหน้านี้

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงเหตุคนร้ายบุกกราดยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับผู้ก่อเหตุ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แม่ทัพภาคที่ 4 บัญชาการอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายกรัฐมนตรี ย้ำอีกว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งจัดการ เพราะทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคุ้มคลั่งจากสารเสพติด

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน

ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน

พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า

'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย

พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ

ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”

'ผอ.JIC' สวน 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนปมบ้านหนองจาน ย้ำเขมรต้องกลับพื้นที่ของตนเอง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณี นาย Tom Andrews เรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยอนุญาตให้ชาวกัมพูชากลับบ้านในพื้นที่หนองจาน ว่า ขอให้กลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมทั้งฉบับ ไม่ควรหยิบข้อความเพียงบางส่วนมาตีความโดยตัดบริบทออก