
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ภายใต้บริบทดังกล่าว การแข่งขันเพื่อแย่งชิงนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจึงทวีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้แต่ละประเทศต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์จากการพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ไปสู่การสร้าง “คุณค่า” และ “ความแตกต่าง” อย่างยั่งยืน
ในจุดเปลี่ยนนี้ ยุทธศาสตร์ Soft Power ระดับประเทศจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย โดยการนำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และวิถีชีวิตไทย มาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายและร่วมสมัย ไม่เพียงช่วยสร้างการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทย แต่ยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจระยะสั้น สู่กลไกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศในระยะยาว
หลังจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัว “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” Amazing Thailand x LISA ได้สร้างปรากฏการณ์ “LISA Effect” อย่างชัดเจนต่อภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการเดินทางตามรอย “ลิซ่า” สู่ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน และตอกย้ำบทบาทของอุดรธานีในฐานะเมืองน่าเที่ยวของประเทศ ใช้พลังของศิลปินไทยระดับโลกเป็นสื่อกลางถ่ายทอดคุณค่า เสน่ห์ และมิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยสู่สายตานานาชาติ
เริ่มจากเรียกเสียงฮือฮา ด้วยการจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ การเลือกใช้แลนด์มาร์กเชิงวัฒนธรรมอย่าง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นเวทีเปิดตัว “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” อย่างเป็นทางการ สะท้อนแนวคิดการนำทุนทางวัฒนธรรมมาผสานกับพลังของวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบที่เข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการใช้ Soft Power อย่างมียุทธศาสตร์ และสอดคล้องกับแนวทางการสร้าง “ภาพจำใหม่” ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า การถ่ายทอดเรื่องราวประเทศไทยผ่านมุมมองของลิซ่า ไม่ได้มุ่งเพียงการนำเสนอความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการสื่อสาร “คุณค่า” และ “ความหมาย” ที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์การเดินทาง ทั้งผู้คน วัฒนธรรม วิถีชีวิต และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละจุดหมาย เพื่อทำให้ทุกการเดินทางในประเทศไทยเป็นความทรงจำที่ลึกซึ้ง และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางซ้ำและการบอกต่อ
จะเห็นได้จากผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากแคมเปญดังกล่าว ปรากฏชัดที่ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน ซึ่งในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมกว่า 50,306 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 51.73% และชาวต่างชาติ 48.27% จากหลายประเทศ อาทิ จีน ลาว เยอรมนี และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่แตกต่างจากปีก่อนๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวไทย สะท้อนการขยายตัวของตลาดต่างประเทศจากพลัง Soft Power อย่างชัดเจน
โดยไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรมถ่ายภาพตามรอยลิซ่า โดยนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการเรือชมทะเลบัวแดงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉพาะวันที่ 24-25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 4,600 คน สร้างรายได้จากบริการเรือมากกว่า 405,600 บาทภายในเพียง 2 วัน นับเป็นรายได้ที่กระจายสู่ผู้ประกอบการในพื้นที่โดยตรง
ดังนั้น ททท.จึงประเมินว่า ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดงปี 2569 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่น้อยกว่า 120,000 คน ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของการใช้ศิลปินระดับโลกเป็นกลไกขับเคลื่อนการท่องเที่ยว แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดสากล พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นภายใต้แนวคิด “Trusted Thailand” เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

