
ถ้าพูดถึงเรื่องของสถาปัตยกรรมอาคารัฐสภาทั่วโลก แน่นอนว่า “สัปปายะสภาสถาน” อาคารัฐสภาไทย ติดอันดับต้นๆในโลกแน่นอน เพราะอาคารรัฐสภาไทย ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกเกียกกาย ติดแม่น้ำเจ้าพระยาจะเห็นอาคารเป็นตระหง่าน
โดยเฉพาะเมื่อนั่งเรือ หรือนั่งรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน ที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างสถานีบางโพและสถานีบางอ้อ ก็จะเห็นตัวอาคารรัฐสภานี้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน
ต้องยอมรับว่า โครงสร้างอาคารรัฐสภาแห่งนี้ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงาน เพราะภายในอาคารมีสระน้ำที่คุ้นกันในชื่อ สระมรกต อยู่ภายในตัวอาคารเพราะเมื่อลมพัดผ่านระหว่างอาคารจะมีไอเย็นจากน้ำตลอดเวลา แต่โครงสร้างอาคารนี้ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ฝนตกหนัก น้ำมักจะรั่วซึมตลอด ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องรับการแก้ไขต่อไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย. “วันนอร์” วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์รัฐสภาสีเขียวมุ่งสู่การเป็น Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2032 โดยก่อนเริ่มงาน “อ.วันนอร์” ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะประกาศเจตนารมณ์ที่จะลดคาร์บอน และแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศของโลกที่กำลังเดือด ที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม โดยประเทศไทยเห็นชัด ฉะนั้น ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ และการที่ทำให้โลกสีเขียวเป็นเรื่องสำคัญ โดยวันนี้เราจะประกาศเจตนารมณ์ของสภาฯ ที่จะให้เป็นสภาฯสีเขียว”
และย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมาเว็บไซต์ของสภาฯ ได้เผยแพร่นโยบายสิ่งแวดล้อมของ “วันนอร์” ที่มีเนื้อหาว่า
“รัฐสภามีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียว โดยมีแนวทางดังนี้ 1.บริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย มลพิษอย่างต่อเนื่อง 2.พัฒนาปรับปรุงอาคาร พื้นที่สำนักงานให้มีความสวยงามสะอาด สะดวกและปลอดภัย เพื่อสร้างความสุขทางร่างกาย และจิตใจให้กับบุคลากรและผู้มาใช้บริการ และ 3.มีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการวัด ลด และชดเชยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งมั่นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ”
โอโห !! มีนโยบายใส่ใจสิ่งแวดล้อมขนาดนี้ ชักจะอยากเห็นอาคารรัฐสภาไทยที่เสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซะแล้วสิ อิอิ.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

