อ่านข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ ที่บรรดาเทคโนแครต นักวิชาการ นักการเมือง นักพูด นักเขียน นักวิพากษ์วิจารณ์ ชอบเอาบ้านเราไปเปรียบเทียบ "ด้อยค่า" ประเทศชาติตัวเองทั้งด้วยเจตนาและไม่เจตนาบ่อยครั้ง ก็ให้นึกสงสัยว่า ทำไมประเด็นนี้ไม่เห็นมีใครเอาไปขยายยยยยย สักเท่าไร
รายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์ได้ผ่านร่างกฎหมายกำกับดูแล (ป้องกัน) การแทรกแซงจากต่างชาติ โดยกฎหมายนี้จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทางการสั่งให้เว็บไซต์โซเชียลมีเดียและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้งาน หรือปิดกั้นเนื้อหาที่พวกเขาเห็นว่าเป็นปฏิปักษ์ได้ ขณะที่ทางการสิงคโปร์ระบุว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายนี้เพื่อจัดการกับ "ภัยคุกคามร้ายแรง"
มีการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นมากมายในบ้านเขา ในทำนองว่า จะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่ แต่ทางการของสิงคโปร์ก็ไม่สนใจ ด้วยเล็งเห็นว่าภัยคุกคามจากต่างชาติด้วยช่องทางโซเชียลมีเดียนั้น เป็นปัญหาที่ต้องรีบป้องกันแก้ไข
แลลอดช่องดูไปที่ประเทศซึ่งคนไทยบางฝ่ายมักหยิบยกมาบอกว่าเลอเลิศประเสริฐศรี อวยสารพัดว่าเขาคิดเร็ว เขาทำทันที โดยคนที่ยกนิ้วแม่โป้งให้ว่าเจ๋งนั้น ไม่สนใจเลยว่าสิงคโปร์มีประชากรไม่ถึง 6 ล้านคน ซึ่งก็เท่ากับประชากรในกรุงเทพมหานครจังหวัดเดียวเท่านั้น...มนุษย์ป้าล่ะหน่ายจริงๆ
คนเรานั้น หากมีความกระตือรือร้นอย่างจริงใจที่อยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาและหวังให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม การวิเคราะห์วิจารณ์ด้วยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เปรียบเทียบให้เป็นเหตุเป็นผลในทางสร้างสรรค์ ย่อมจะมีทางเลือกทางออกอย่างแน่นอน
อยากรู้จริงๆ กับวิธีคิดของคนที่หาเรื่องด้อยค่าบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองได้ทุกประเด็น ทั้งๆ ที่ทั่วโลกต่างอิจฉาว่า คนไทยนั้นโชคดีหนักหนาที่มีสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่แข็งแรง เป็นหลักยึดของจิตใจให้ผ่านพ้นวิกฤตและสู้กับภัยคุกคามต่างๆ ให้รอดปลอดภัยจวบจนทุกวันนี้...เฮ้อ!!!.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก


