ไม่แก้ รธน.จะตายมั้ย

อยากรู้จริงๆ

ถ้าพักการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้สัก ๑๐ ปี หมายถึงนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงปี ๒๕๗๗ หากนักการเมืองไม่พูดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย ประเทศไทยจะฉิบหายหรือเปล่า

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกาศใช้มาแล้วเป็นปีที่ ๗ พบว่าบางมาตราใช้แล้วมีปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้ประเทศพัฒนาไปไม่ได้ 

บางมาตรามีการแก้ไขไปแล้ว เช่นระบบการเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียว เป็น ๒ ใบ แยกบัตร สส.เขต และบัญชีรายชื่อออกจากกัน

คำนวณสัดส่วน สส.บัญชีรายชื่อใหม่

คือกลับไปใช้แบบเดิม ไม่มี สส.ปัดเศษ

นี่คือสิ่งที่นักการเมืองมองว่ามีปัญหามาก และแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว

แต่...ยังไม่พอ

ถึงหน้าเลือกตั้งที หาเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญที การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงทุกครั้ง

แท้จริงแล้วประชาชนต้องการจริงหรือไม่?

หรือเพียงแค่นักการเมืองต้องการเพิ่มความสะดวกให้ตัวเอง ด้วยการแก้บทบัญญัติที่เป็นอุปสรรคในการเข้าสู่อำนาจ และการถูกตรวจสอบการใช้อำนาจ เท่านั้นเอง

หากพิจารณาจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ทั้ง ๖ ประเด็น จะพบว่ามีเนื้อหาแก้เพื่อตัวเองแทบทั้งสิ้น

ประชาชนไม่ได้อะไรจากการแก้ไขเลย

หนำซ้ำยังเป็นการบ่มเพาะนักการเมืองสีเทายันนักการเมืองคดโกงให้เพิ่มมากขึ้น

ให้นักการเมืองกลุ่มนี้สามารถเข้าไปนั่งในทำเนียบรัฐบาลได้ง่ายขึ้น

ฉะนั้นหากหยุดพูดเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญสัก ๑๐ ปี ประเทศไม่มีทางวิบัติหรอกครับ กลับกันคนโกงที่รอครอบครองอำนาจ ก็ต้องรอไปอีก ๑๐ ปี

หลายคนครับที่ไม่กล้ากลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรี หากยังไม่มีการแก้ไขคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีเสียใหม่

จึงอยากให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่ไม่มีบทบัญญัติเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แต่...ยากครับ ที่นักการเมืองจะยอมถอย

เพราะยังคงเห็นข่าวกระเหี้ยนกระหือรือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแทบทุกวัน

วานนี้ (๓๐ กันยายน) ที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. ... ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เป็นประธาน กมธ.ฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยคะแนน ๑๖๗ เสียง ไม่เห็นชอบ ๑๙ เสียง งดออกเสียง ๗ เสียง

คือเอาตามที่กรรมาธิการแก้ไข

ร่างกฎหมายฉบับนี้ แก้ไขมาตรา ๑๓ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การผ่านประชามติ ที่ให้เติมความวรรคสอง กำหนดให้ การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในการจัดทำประชามติ มาตรา ๙ (๑) หรือ (๒) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น (Double Majority)

เรียกง่ายๆ คือ เกณฑ์ออกเสียงประชามติด้วยเสียงข้างมาก ๒ ชั้น

บรรดา สส.ที่อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงกับสำลักอาหารเที่ยง แบบนี้เท่ากับขวางไม่ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นทันอายุสภาผู้แทนฯ ชุดนี้ชัดๆ

เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ...

เมื่อ สว.เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แก้เกณฑ์ออกเสียงประชามติด้วยเสียงข้างมาก ๒ ชั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกส่งกลับไปยังสภาผู้แทนฯ อีกรอบ

ถ้าสภาผู้แทนฯ เห็นด้วยก็ประกาศใช้เป็นกฎหมาย

แต่กรณีนี้คงยาก สส.ไม่ยอมหรอกครับ

ฉะนั้น เมื่อร่างกฎหมายกลับมาที่สภาผู้แทนฯ ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม โดยกรรมาธิการฯ จะมีจำนวน สส.และ สว.เท่ากัน

ให้ไปคุยกันว่าจะเอาไงต่อ

จะแก้ไขอย่างไร

จะพบกันครึ่งทาง

หรือจะซัดกันให้แหลก ก็ว่าไปตามสะดวก

เมื่อกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่างกฎหมายเสร็จแล้ว ให้เสนอต่อทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา

ถ้าสภาทั้งสองเห็นชอบด้วย ก็นำสู่ขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฎหมาย

แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบให้ยับยั้งร่างกฎหมายนั้นไว้ก่อน

ตรงนี้แหละครับที่นักการเมืองเขากังวล

เพราะนั่นหมายความว่าสภาผู้แทนฯ จะหยิบยกร่างกฎหมายมาพิจารณาใหม่ ต้องรอให้พ้น ๑๘๐ วันไปก่อน

 คือให้แขวนไว้ครึ่งปี หลัง ๒ สภาคุยกันไม่รู้เรื่อง

นี่แค่กระบวนการพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินะครับ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเท่านั้น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีรายละเอียดอีกมาก และใช้เวลาแรมปี กับระยะเวลาอายุสภาผู้แทนฯ ที่เหลืออยู่ ๒ ปี ๘ เดือน ไม่ทันแน่นอน

ต้องแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพื่อเปิดทางให้ตั้งส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

เสร็จแล้วต้องไปเลือก ส.ส.ร.                 

เลือก ส.ส.ร.เสร็จ จึงจะเข้าสู่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร.

เสร็จแล้วถึงจะให้ ส.ส.ร.พิจารณา

ต้องใช้เวลานานนับปี

และด้วยเกณฑ์ออกเสียงประชามติด้วยเสียงข้างมาก ๒ ชั้น ก็อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลวไม่เป็นท่า

แต่ก็ยังคงดันทุรังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนที่สภาผู้แทนฯ ชุดนี้จะหมดวาระลง

หากคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าเต็มไปด้วยประชาธิปไตยไร้ราคีคาวเผด็จการ ทำไมต้องเร่งรีบให้เสร็จภายในอายุสภาผู้แทนฯ ชุดนี้

ผูกโยงกันทำไม

มันหาคำตอบที่มีน้ำหนักแทบไม่ได้เลยครับ

นอกจากมีแผน ครอบงำ และ ครอบครอง ส.ส.ร.ที่จะตั้งขึ้น เพื่อกำหนดเนื้อหารัฐธรรมนูญได้ตามที่ตนเองต้องการ

ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้ ประเทศไม่พังแน่นอน

แต่หากดันทุรังจะแก้กันให้ได้ตอนที่ตัวเองถืออำนาจอยู่ ก็ระวัง...

รัฐบาลนั่นแหละครับจะพังเสียเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ็งชั่วข้าเลว!

เรียบร้อยครับ... บ่ายวานนี้ (๒๙ ตุลาคม) นายกฯ อนุทินส่งทนายความแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ เอาผิดกับ นายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ ๒๖ ปี เจ้าของเพจ "Godd Dam" และ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

๕๑ ชั่วโมงโค่นรัฐบาล

ลงตัวซะที วิป ๓ ฝ่าย อันมี คณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันที่ ๗-๑๑ ธันวาคม ๔+๑ คืออภิปราย ๔ วัน ลงมติ ๑ วัน

'ปลอมในปลอม'

ยังเงียบอยู่ครับ "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" ยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ กับการแชร์ข่าวปลอม นึกถึงวันที่ "ไอซ์" จี้ให้คนอื่นแสดงความรับผิดชอบ

บันเทิงธิปไตยจริงๆ

งับกันไปเต็มๆ มันมีคนอยู่ ๒ ประเภทครับ คือไม่รู้ ความไม่รู้มันมีหลายแบบ ไม่รู้เพราะไม่รู้จริงๆ ศักยภาพทางสมองทำให้เป็นเช่นนั้น

ชักเย่อ-ซักฟอก

ตกลงรัฐบาลจะถูกซักฟอกมั้ยครับ? นี่...ถามจริงๆ เพราะเห็นยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะอภิปรายกันวันไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ ยิ่ง นายกฯ อนุทิน ออกมาบอกว่าหาวันอภิปรายยาก! อะไรๆ สำหรับฝ่ายค้านตอนนี้จึงดูยากไปหมด

เรื่องของอำนาจ

เมื่อวันพุธ (๒๑ ตุลาคม) ที่สภาฯ เขาเถียงกันเรื่้อง บทบาท หน้าที่ ของคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เถียงกันธรรมดานะครับ