
คุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศชัดถ้อยชัดคำ..
“รัฐบาลนี้จะล้มได้ จะจุดม็อบติดได้ ไม่ใช่แกนนำม็อบ แต่คือรัฐบาล ที่จะเป็นไม้ขีดไฟ เป็นน้ำมันเสียเอง”!
ฉะนั้น..คุณวรชัย เหมะ ให้เข้าใจและเบาใจได้ ถ้ารัฐบาลแพทองธารเข้มแข็ง ทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้วิกฤตธรรมชาติได้
ไม่มี “พ่อค้าความขัดแย้ง” หน้าไหน-คนไหนหรอกที่จะหลอกประชาชนลงท้องถนนได้!
นอกเสียจาก วันๆ รัฐบาลคิดแต่จะทำเรื่อง (ตัวเอง) ใหญ่ แก้รัฐธรรมนูญ หรือหาทางให้ “คุณอา” นายกฯ กลับเข้าประเทศโดยไม่ต้องติดคุกสักวันเดียวเหมือนพ่อ
หรือเร่งมือเปิดบ่อนกาสิโน เร่งเครื่องอีกหลายๆ เรื่องที่คุณจตุพรได้ดักคอเอาไว้ อย่างนั้นก็ไม่แน่..ประชาชนอาจแห่กันมาเต็มท้องถนน!
อีกอย่าง..คุณวรชัยอาจจะเคยชินกับ “การสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนเกลียดรัฐบาล” จึงได้พูดดักทางบรรดาม็อบสารพัดที่ตั้งท่า-เตรียมพร้อมลุกฮืออยู่ในขณะนี้
ซึ่งหากมองด้วยใจเป็นธรรมและพูดอย่างตรงไป-ตรงมาแล้ว คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ดูจะไม่ได้จงเกลียดจงชังรัฐบาลนี้สักเท่าไรหากเทียบกับอดีตรัฐบาลลุงตู่
และหากเป็นความแค้นส่วนตัวที่ตัวเองโดนยิงกว่า 200 นัด ก็ไม่ได้เกิดในยุครัฐบาลนายทักษิณ-เพื่อไทย คุณสนธิน่าจะประกาศลงถนนไล่รัฐบาลก่อนหน้าเสียด้วยซ้ำ!
แต่ที่คุณสนธิก็ดี คุณจตุพรก็ดี กลุ่ม คปท.ก็ดี เฝ้าจับตามองพฤติกรรมของรัฐบาลแพทองทาทับ เอ๊ยขอโทษ แพทองธารเป็นพิเศษ..
นั่น..เพราะมันส่ออาการให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในหลายๆ เรื่องที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมืออยู่ทุกขณะลมหายใจเข้า-ออก ซึ่งเป็นไปได้ที่จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย!
พร้อมไปกับประชาชนที่เริ่มจะรู้สึกอึดอัดขัดข้องกับการบริหารประเทศภายใต้ผู้นำ “นายกรัฐมนตรีเด็กฝึกงาน”..
ที่คอยทำตาม-เดินตามผู้บงการคือพ่อ ดังที่นายทักษิณได้พูดยอมรับเองว่า.. “ไม่ได้ครอบงำ แต่ครอบครองนายกฯ”!
และที่คุณวรชัยกล่าว.. “ที่ผ่านมาประเทศเรามีคนได้ประโยชน์จากความขัดแย้งแค่ไม่กี่คน ตอนนี้พวกเขากำลังจะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ และอาจเป็นเงื่อนไขกวักมือรถถังอีกครั้ง”
ถ้าคุณวรชัยมอง “แกนนำม็อบ” เป็นผู้สร้างความขัดแย้งเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตน งั้นที่ผ่านมาม็อบที่คุณวรชัยเคยร่วมเป็นแกนนำขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์..
ก็..เป็นการสร้างความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ของแกนนำแค่ไม่กี่คนอย่างนั้นใช่มั้ย?
อ้าปากคนเขาก็เห็นลิ้นไก่แล้วล่ะคุณวรชัย และที่ว่า.. “ผมจึงขอให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันวิจารณ์การกระทำเช่นนี้และไม่ให้ความร่วมมือกับพวกพ่อค้าความขัดแย้งเหล่านี้” นั้น
ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการตอบสนองมากน้อยแค่ไหน เพราะคนเขามองออกว่าเป็นเรื่องของพวก “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” และต่อให้เป็นพ่อค้าความขัดแย้งจริง..
ประชาชนก็พร้อมจะร่วมมือเดินตาม ขับไล่รัฐบาลที่ทำในสิ่งไม่เข้าท่า-เข้าทาง หรือผิดจริยธรรม เช่น การเดินหน้าเปิดบ่อนกาสิโน!
ผมนั้น แม้จะเคยเออออเห็นด้วยกับสมัคร สุนทรเวช ครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศเห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยจะมีกาสิโน
พร้อมกับสมมติตัวเลขให้เห็นว่า “รายได้ที่จะเข้ารัฐได้คนละ 50,000 บาท 10 คนก็ 5 แสนบาท 100 คนก็ 5 ล้านบาท 1,000 คน ก็ 50 ล้านบาท ถ้า 2 หมื่นคน ก็พันล้านบาท
อย่างนี้รัฐบาลจะเอามาทำอะไรก็ได้ เช่น ช่วยทหาร ตำรวจที่บาดเจ็บตามแนวชายแดน หรืออะไรก็ได้ที่เป็นสาธารณกุศล”
แต่ถึงตอนนี้ชักลังเลเสียแล้ว ยิ่งได้ฟังข้อมูลจากผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ และรู้เบื้องหน้า-เบื้องหลังของการอยากได้ใคร่มีกาสิโนมาตั้งแต่นายกฯ หุ่นเชิดคุณสมัคร..
โห..ผลประโยชน์เข้าพก-เข้าห่อมันมหาศาลนี่หว่า..
มิน่า..มันถึงจะเอากันให้ได้ เหมือนจำนำข้าวทุกเมล็ดเลย (ว่ะ)!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

