เสียงย้อนแย้งในอาเซียนพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อคัดค้านการที่นายกฯ ฮุน เซน แห่งกัมพูชา ไปจับมือออกแถลงการณ์กับ มิน อ่อง หล่าย แห่งเมียนมา
ล่าสุดนายกรัฐมนตรีหลี่เสียนหลุงของสิงคโปร์ ออกมายืนยันว่า ผู้นำของเมียนมาจะมาร่วมประชุมกับอาเซียนไม่ได้ ตราบที่ยังไม่ว่า “ความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญ” (significant progress) ในการดำเนินตามฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียน
ตามมาด้วยความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ เทียวโดโร ล็อกซิน ที่บอกว่าการแก้วิกฤตของพม่าจะต้องมี อองซาน ซูจี ร่วมอยู่ด้วยจึงจะประสบความสำเร็จ
เขาบอกว่าแม้เธอจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีต่างๆ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการที่เธอจะต้องมีส่วนร่วมในการหาทางออกให้ประเทศชาติ ถ้า อองซาน ซูจี ไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วม กระบวนการสันติภาพของเมียนมาก็ล้มเหลวตั้งแต่ต้น
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ ก็ออกมาตอกย้ำว่าการไปเยือนเมียนมาของนายกฯ ฮุน เซน “ไม่เป็นประโยชน์ต่ออาเซียน”
ผมเชื่อว่าอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ รวมถึงบรูไนมีจุดยืนเรื่องนี้เหมือนกัน
จะมีแต่เวียดนามและ สปป.ลาว กระมังที่จะโอนเอียงไปทางกัมพูชา
ถึงวันนี้หรือไทยเรามีแนวทางชัดเจนอย่างไรไม่ปราฏชัดแจ้ง
หรืออาจจะกำลังพยายามทำหน้าที่เป็น “กาวใจ” เพื่อประคองไม่ให้อาเซียนแตกกันกรณีนี้จนเยียวยาไม่ได้
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีแขกจากสหประชาชาติมาเยือน ไทยก็ต้องแสดงจุดยืนร่วมกันเรื่องพม่า
อ่านคำแถลงข่าวจากการเยือนคราวนั้นก็อาจทำให้เข้าใจได้บ้างว่าไทยมีจุดยืนเป็นทางการอย่างไร
ข่าวของกระทรวงต่างประเทศบอกว่า
เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๕ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบหารือกับนางโนลีน เฮย์เซอร์ (Ms.Noeleen Heyzer) ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมา (Special Envoy of the Secretary-General of the United Nations on Myanmar)
ทั้ง 2 ฝ่ายได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา
รวมถึงการสู้รบบริเวณใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.๒๕๖๔ เป็นต้นมา ที่ส่งผลให้ชาวเมียนมาต้องหนีภัยเข้ามาในฝั่งไทย และเห็นพ้องกันถึงความสำคัญของการหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้ความสงบ เสถียรภาพ และความเป็นปกติสุขกลับคืนสู่เมียนมาโดยเร็ว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติและอาเซียนในการแสวงหาทางออกอย่างสันติสำหรับสถานการณ์ในเมียนมา
โดยเฉพาะการผลักดันให้มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามฉันทามติ ๕ ข้อของอาเซียน และสนับสนุนแนวทางการดำเนินการของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน
ไทยยังคงจะให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาที่ข้ามฝั่งมาไทยตามหลักมนุษยธรรม พันธกรณีระหว่างประเทศ และประสบการณ์ที่ยาวนานของไทย และพร้อมสนับสนุนการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในเมียนมา
นางเฮย์เซอร์ชื่นชมบทบาทของไทยในการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่างๆ โดยได้แสดงความพร้อมที่จะช่วยเชื่อมต่อความพยายามดังกล่าวกับสหประชาชาติและประชาคมระหว่างประเทศ
นางเฮย์เซอร์ (ชาวสิงคโปร์) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติเรื่องเมียนมาแทนนางคริสทีเนอร์ เชรเนอร์ เบอร์เกนเนอร์ (Christine Schraner Burgener)
โดยเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ธ.ค.๒๕๖๔ และเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (Executive Secretary of UNESCAP) ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๗
แต่ถ้าอ่านระหว่างบรรทัดก็จะเห็นได้ว่าไทยเรายังใช้แนวทาง “เหวี่ยงแห” ทางการทูตพอสมควร โดยหวังว่าจะทำให้ทุกฝ่ายมองไทยเป็นมิตร เช่น สาระบางตอนของแถลงการณ์นี้ที่ว่าไทยร่วมผลักดันให้มีการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน
ขณะเดียวกันก็สนับสนุนแนวทางของนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งเป็นประธานอาเซียนด้วย
ทั้งๆ ที่ผู้นำอาเซียนบางประเทศออกมาบอกแล้วว่า ที่ ฮุน เซน ทำเรื่องนี้อยู่นั้นไม่ได้สอดคล้องกับฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันเราก็บอกว่ายังมีการสู้รบกันอยู่ตรงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาอันมีผลทำให้มีผู้ลี้ภัยข้ามมาไทย
นั่นย่อมแปลว่า คำว่า “หยุดยิง” ในแถลงการณ์ของฮุน เซน-มิน อ่อง หล่าย นั้นไม่มีความหมายในทางปฏิบัติแต่ประการใดเลย
นายกฯ สิงคโปร์บอกว่า “การตัดสินใจใดๆ ของผู้นำอาเซียน (ที่ไม่เชิญผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมามาร่วมประชุมอาเซียน) นั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงใหม่”
หลี่เสียนหลุงตั้งข้อสังเกตว่า
“ไม่กี่วันหลังจากที่นายกฯ ฮุน เซน ไปเยือนเมียนมา ก็มีการโจมตีโดยทหารเมียนมาต่อฝ่ายต่อต้านทางการเมือง และมีคำสั่งจำคุก อองซาน ซูจี เพิ่มขึ้นอีก...”
ถ้าผู้นำอาเซียนไม่จับเข่าคุยกันให้เกิดความชัดเจนว่าจะเดินหน้ากรณีเมียนมาต่อไปอย่างไรจึงจะไม่ทำให้อาเซียนถูกมองว่า “ไร้น้ำยา” จริงๆ เห็นทีวิกฤตเมียนมาจะกลายเป็นวิกฤตของอาเซียนเองเสียแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


