
การที่มีผู้นำเป็นผู้หญิง ไม่ว่าในตำแหน่งอะไร เป็นคนชาติใด ใช้ภาษาไหน ..ถือเป็นเรื่้องปกติธรรมดาอย่างมากถึงมากที่สุด ที่ทุกสายตาจะคอยเฝ้าตามดู ตรวจสอบ จับจ้อง ว่าเธอจะแต่งกายด้วยชุดอะไร สวยสมคุณค่า ดูมีค่า งดงามเหมาะกับ "หัวโขน" ที่เธอใส่หรือเปล่า
ยิ่งเป็นผู้นำระดับแถวหน้า ภาพลักษณ์ของเสื้อผ้า หน้า ผม ยิ่งเป็นแม่เหล็กเบอร์ใหญ่ ส่งแรงดึงดูดอันดับต้นๆ ที่ทุกสายตาจะสนใจ จากนั้นก็จะตามด้วยกิริยามารยาท และคำพูดคำจา ที่หมายถึงเครื่องบ่งชี้ตัวกลั่นว่า สมองมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ในโลกโซเชียลทุกวันนี้จะมีคำถามว่า ผู้นำหญิงของเรานั้นใช้ใครเป็นสไตลิสต์ ในการดูแลจัดแจงเครื่องแต่งกาย
หากถามเฉยๆ ก็คงไม่กระไรหรอกนะ แต่ถามด้วยเครื่องหมาย??? อันใหญ่ทุกวี่ทุกวัน พร้อมด้วยลีลาจิกๆ กัดๆ ก็หวังเหลือเกินว่า สไตลิสต์ หรือไม่ก็ผู้นำของเราจะสะดุดหยุดกึ้ก!! และหันกลับมาสำรวจสไตล์การแต่งตัวออกงานของ ฯพณฯ แต่ละงานบ้าง
ดีไซเนอร์จะอวดอ้างว่า มันเป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์ ตามประสาวัยต่ำกว่า 40 ที่กำลังเหมือนเวิร์กกิ้งวูแมนเต็มตัว ก็ถือเป็นเรื่องของแนวคิดทางศิลปะ ที่ไม่มีคำว่าถูก-ผิด เพราะเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบและความไม่ชอบเป็นสิ่งแรกเสียมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้นำระดับประเทศแล้ว ดูเหมือนปัจจัย "ความถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์และกาลเทศะ" โดยมีเรื่องภาพลักษณ์ของความเป็นผู้บริหารระดับชาติ เป็นอีกตัวแปรนั้น ขอบอกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดความชอบกับไม่ชอบไว้ท้ายแถว หรือลึกสุดในตู้เสื้อผ้านะคะ มิเช่นนั้นแล้ว ภาพของผู้นำในแต่ละที่แต่ละแห่งที่เห็น ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ ซ้ำซาก
ขอยืนยันว่า แพงไว้ก่อน.. อะไรๆ ก็จะดีตามมานั้น มิได้จริงเสมอไป หากใช้ของแพงผิดที่ผิดทาง และมิกซ์ไม่เป็น แมตช์ไม่ผ่าน ..สุดท้ายมันก็จะกลับตาลปัตรเป็นอีบ้า หรือไม่ก็ยายเพิ้งนะจ๊ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

