
“ผมพอแล้ว”!
คำพูดประโยคนี้ไม่เคยหลุดจากปากนักการเมือง หรือจะหลุดให้ได้ยินบ้าง ก็ประเภทตอแหล ปลิ้นปล้อน กะล่อน อย่างเช่นว่า..
“ผมวางมือการเมืองแล้ว แก่แล้ว อยากกลับมาเลี้ยงหลาน” ซึ่งก็ไม่รู้เลี้ยงประสาอะไร หลานจึงเข้าไปวิ่งเล่นเพ่นพ่านอยู่ที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบฯ โน่น!
แต่..หลายวันก่อน ได้มีคนพูดคำนี้ให้ปรากฏเป็นข่าวที่ผมอ่านแล้วก็ค่อนข้างตกใจเล็กน้อย แม้จะเข้าใจถึงสัจธรรม.. “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” ก็ตามที
ไม่คาดคิดว่าจู่ๆ คุณโต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ โต้โผใหญ่ของทีมพากย์ “พันธมิตร” ที่คุ้นหู-คุ้นเสียงกันดีกับน้ำเสียงทุ้มนุ่ม..
“ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร” ก่อนที่หนังจะดำเนินเรื่อง!
จะประกาศผ่านรายการทางยูทูบช่อง Songtopia บางช่วงบางตอนว่า.. “สงกรานต์ปีหน้าจะครบ 33 ปีที่ตนเองพากย์หนังเรื่องแรกอย่าง “สายไม่ลับคังคังโป๊ย” จะขอปิดฉากเพียงเท่านี้
เพราะทำมานานกว่า 33 ปีแล้ว พากย์หนังมาแล้วกว่า 3,000 เรื่อง ทำมาหมดแล้วทุกแนว..ผมเริ่มปี 2536 วันสงกรานต์ ปีหน้า (2568) วันสงกรานต์ ผมครบ 33 ปี จบ
พันธมิตรจบแน่นอน..ผมพอแล้ว”
นี่ก็ไม่น่าจะมีดรามา ปัญหาขัดแย้งในทีมงาน เพราะคุณโต๊ะบอกย้ำว่า.. “60 กว่าแล้ว ขอเที่ยว ขอให้สบายใจบ้าง ขอพากย์หนังแบบไม่ต้องมานั่งคุมใครบ้าง
อาจรับงานพากย์บ้าง ที่คิดว่าสนุกๆ แต่สำหรับทีมพันธมิตร คือ ปิดฉาก”
ครับ..เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ก็ถือเป็นการ “ปิดตำนาน” ทีมพากย์ที่ได้รับความนิยมจากคนดูหนังมายาวนานถึง 33 ปี!
อย่างไรก็ตาม คุณโต๊ะก็ไม่ได้ถึงกับตัดขาดหรือ “แขวนไมค์” แบบถาวรเสียทีเดียว เพราะเขาบอกเองว่า “ขอพากย์หนังแบบไม่ต้องมานั่งคุมใครบ้าง”
นั่นหมายความว่า ไม่มี “พันธมิตร” แต่คุณโต๊ะก็ยังรับพากย์หนังอยู่ต่อไป ส่วนจะหันไปยึดอาชีพ “ผู้กำกับหนัง” จริงๆ จังๆ หรือไม่นั้น เอาไว้คอยตามดู!
เอ้า..ว่าจะไม่สนใจ-ไม่ตามดูแล้ว แต่เมื่อ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์..
“...ผู้ที่มีความหวังอยากให้รัฐบาลนี้หมดอำนาจลงเสียที ก็อย่าเพิ่งหมดหวังจนจะยกประเทศให้นายทักษิณไปเสีย
ผู้ที่เชียร์นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยก็อย่างเพิ่งตีปีกดีใจจนมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ได้จนครบเทอม
อย่าลืมว่าคำร้องต่างๆ ยังอยู่ที่ กกต. ยังมีอีกหลายคำร้อง เมื่อใดที่คำร้องเรื่องการครอบงำพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ และการยอมถูกครอบงำของพรรคเพื่อไทย
กรณีไปรับประทานมาม่ากันที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เรื่องนี้หากกรรมการ กกต.มีมติให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อใด ก็นับถอยหลังถึงวันยุบพรรคเพื่อไทยกันได้เลย
ยังไม่ต้องพูดถึงกรณี “ชั้น 14” รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอยู่ในมือของ ป.ป.ช.แล้ว และการไต่สวนพยานหลักฐานมีความก้าวหน้าและมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้กระทรวงยุติธรรมและโรงพยาบาลตำรวจจะโยนกันไปมา เพื่อไม่ยอมส่งเวชระเบียนของผู้ป่วยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ให้กับ ป.ป.ช. โดยอ้างว่าเป็นความลับก็ตาม
พฤติกรรมและการพูดจาของนายทักษิณในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. จังหวัดอุดรธานี เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
จะเรียกว่าครอบงำหรือไม่ก็ตาม แต่นายทักษิณมีอำนาจเหนือพรรคเพื่อไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าคุณทักษิณจะพูดอะไรพรรคเพื่อไทยก็ขานรับไปปฏิบัติโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้นจึงมองไม่เห็นเลยว่า นายทักษิณ พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลชุดนี้จะรอดได้อย่างไร ปัญหาคือ เมื่อไม่รอดแล้วใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
รัฐบาลชุดต่อไปจะเป็นอย่างไร นี่คือเรื่องที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า เพราะมองดูนักการเมืองที่อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว
ขอบอกว่า ยังไม่มีใครเหมาะสมที่จะเป็นความหวังของชาติได้เลยแม้แต่คนเดียว.”
ก็..ขอฮึด ตามดูต่อไปจนถึงที่สุด..
คนผู้นี้ได้อภิสิทธิ์เหนือคนไทยทั้งมวลจริงหรือ?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตโลกใกล้แล้ว!
จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!
ฐานันดร4ตายแล้ว?
“จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”
กระบอกเสียง..อาสา!
“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม
สังคมของวาทกรรม
ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ
จะเลือกทำไม?
“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.
ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?
“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”

