ไอ้หยา...ซี้เลี้ยว แก๊งคอลเซ็นเตอร์เล่ห์เหลี่ยมเก่งกาจ ขนาดหลอกลวง “คุณหมอ” โอนเงินให้เป็นล้านๆ ได้ ชาวบ้านตาดำๆ อย่างเราๆ จะเหลืออะไร
เห็นภาพ เห็นข่าว พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เดินทางไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แจ้งวัฒนะ เข้าพบนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีดีเอสไอ
ยื่นหนังสือร้องทุกข์
“กลุ่มแพทย์” ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลอกลวงให้โอนเงินกว่า 10 ล้านบาท อ้างเข้าไปพัวพันกับคดีฟอกเงิน
พล.อ.ต.นพ.อิทธพร เล่าถึงช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอโทรศัพท์มาหากลุ่มแพทย์อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ต้องโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี เบื้องต้นพบแพทย์ผู้เสียหายประมาณ 10 ราย ความเสียหายไม่เกิน 10 ล้านบาท
“จากฐานข้อมูลส่วนตัวของแพทย์แต่ละบุคคลภายในองค์กรน่าจะไม่มีรั่วไหล แต่ข้อมูลอาจจะหลุดออกมาจากภายนอกองค์กร อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารไทยน่าจะเข้ามามีบทบาทช่วยคุ้มครอง เพราะเงินจำนวนมากไหลผ่านธนาคารแต่ละแห่งน่าจะมีกลไกป้องกันความเสียหายบ้าง”
อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเกี่ยวข้องแน่นอน ดีเอสไอไม่มีนโยบายให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบบัญชีเด็ดขาด และหากมีโทรศัพท์แอบอ้างอย่าหลงเชื่อโอนเงินทันที ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงหรือโทร.สอบถามเบื้องต้นก่อน เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเร็วมากเพียงแค่ปลายนิ้วมือ
หนาวสะท้าน!!!
ขนาด “นายแพทย์” ขนาด “คุณหมอ” ระดับ “หัวกะทิ” ยังหลงเชื่อ ยังถูกหลอก จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การจะไปฟื้นฝอยหาเหตุผลจากคุณหมอก็คงไม่เกิดประโยชน์ อย่างน้อยคุณหมอก็อยู่ในสถานะ
“เหยื่อ”!!!
เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องคงต้องเพิ่มความเข้ม ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมในการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้
เข้าใจที่ อธิบดีดีเอสไอ บอกจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะผู้ร่วมก่อเหตุ หรือบัญชีม้าได้หลายราย แต่ยังไม่ถึงตัวการใหญ่ และเงินจะถูกโอนต่ออย่างรวดเร็วสู่นอกประเทศ
เมื่อรู้และเข้าใจปัญหาอุปสรรคแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องหาวิธีดำเนินการ ยิ่งได้ฟัง "รองโฆษกรัฐบาล" ไตรศุลี ไตรสรณกุล บอก นายกฯ ลุงตู่สั่งการให้ผู้ใช้กฎหมายทุกฝ่าย จัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงสูบเงินประชาชนอย่างหนัก และหากจับตัวได้จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ไม่มีการยกเว้น รวมทั้งต้องเพิ่มช่องทางแจ้งเบาะแสจากประชาชน เพื่อเพิ่มหนทางเข้าหาตัวผู้ร้ายได้ดีที่สุด
เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงดีอีเอส เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องผนึกกำลังกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่
ถือว่าสงสาร “ชาวบ้าน” ที่หาเช้ากินค่ำจะถูกหลอกเพิ่มขึ้น ยิ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์พัฒนาไปถึงขั้นหลอกระดับ “หัวกะทิ” ได้แล้ว “หางกะทิ” อย่างเราๆ จะไปเหลืออะไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ


