ถามความรู้สึก?

ต่อไปใครจะกลัว?

 “กลัวไร” ผมถามเพื่อนคนหนึ่ง.. “ก็คุกไง” เพื่อนตอบเสียงเข้ม ก่อนจะว่า.. “แม่งง อุตส่าห์หาพยานหลักฐานกันแทบเป็นแทบตายกว่าที่ศาลจะพิพากษาตัดสินให้จำคุก 48 ปี

แต่ตดไม่ทันหายเหม็น แค่ 6-7 ปี กรมราชทัณฑ์ก็ปล่อยตัวออกมาซะแล้ว แล้วอย่างนี้ต่อไปใครจะเกรงกลัวกฎหมาย โกงเป็นหมื่นเป็นแสนล้านแลกกับติดคุกประเดี๋ยวประด๋าว กูก็ยอมวะ”

 “อือ ก็จริงของมึง” ผมไม่อยากขัดใจ เพิ่มความดันให้กับเพื่อน แต่ไม่ทันได้แสดงความคิดเห็นต่อ เพื่อนเหมือนกำลังของขึ้น..

 “แบบนี้ไม่ต้องมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันให้เปลืองค่าน้ำ-ค่าไฟ เพราะรณรงค์-ต่อต้านไปก็ไม่เกิดประโยชน์โพดผล พูดไปคนก็ยิ้ม-หัวเราะเย้ยเอาเปล่าๆ

เอาเป็น ใครใคร่โกง..โกง กันไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลากระบวนการยุติธรรม และเสียอารมณ์ความรู้สึกของชาวบ้าน เอาตามที่คุณพ่อกรมราชทัณฑ์ต้องการเถอะนะ!

ครับ..นี่ก็หนึ่งความรู้สึก ส่วนคุณสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ได้เผยความรู้สึกไม่ต่างกัน

ต่อกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 48 ปีในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ได้รับการพักโทษ

อนุญาตให้ออกจากเรือนจำมาใช้ชีวิตในบ้านพักได้ โดยต้องติดกำไล EM และมีระยะเวลาคุมประพฤติ 3 ปี 5 เดือน ว่า..

“ตามระเบียบราชทัณฑ์ นายบุญทรงได้รับการลดโทษ 2 รอบ เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม การได้ลดโทษ 2 รอบ ในเวลาเพียง 1 ปี ถือว่ามากไปหน่อย จากจำคุก 48 ปี เหลือ 16 ปี และเหลือ 10 ปีตามลำดับ โดยนายบุญทรงถูกจำคุกในปี 2560

จากนั้นในปี 2564 ได้รับการลดโทษไปถึง 38 ปี จึงมีคำถามกันมาก เพราะศาลตัดสินโทษไปอย่างหนึ่ง แต่จะต้องติดคุกจริงเป็นระยะเวลาเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับกรมราชทัณฑ์

ส่วนการพักโทษนั้นทางกรมราชทัณฑ์ก็ชี้แจงว่า เรื่องนี้กรมราชทัณฑ์ไม่ได้วินิจฉัยเอง แต่มีกรรมการพิเศษซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานมาร่วมพิจารณา

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยพักโทษอย่างที่เห็นในกรณีของนายบุญทรงถือเป็นปลายทาง ต้นทางคือระเบียบราชทัณฑ์

ที่ออกมาในยุคที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

 ซึ่งระเบียบนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าลดทอนอำนาจการตัดสินโทษของศาล อีกทั้งมีการตั้งคำถามว่าเพื่อเตรียมการให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ที่มีคดีติดตัว เดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ ก่อนหน้านั้นมีการปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกัน แต่ท้ายที่สุดก็ถึงบางอ้ออย่างที่เห็น

ซึ่งรอบนี้เช่นเดียวกัน มีการถูกตั้งคำถามว่าการปล่อยนายบุญทรงแม้เป็นการพักโทษ ยังต้องคุมความประพฤติที่ จ.เชียงใหม่ไปจนถึงปี 2571 คือจนกว่าอายุการรับโทษจะครบ

 ปูทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีคดีติดตัว ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในคดีรับจำนำข้าว ได้กลับไทยหรือไม่

โดยในแง่มุมกฎหมายอาจไปไม่ถึง แต่ในทางจิตวิทยาทางการเมืองคือไปถึงโดยตรง

เช่น คนทั่วไปอาจจะเห็นว่านายบุญทรงก็ติดคุกมาหลายปีจนสภาพแก่หง่อมแล้ว น่าจะเมตตาแกบ้าง หรือเรื่องจำนำข้าวก็ผ่านไปนานแล้ว ก็อาจจะรู้สึกประมาณว่าลืมๆ กันไป

ไม่ต้องไปไล่บี้เอาผิดกันหรือไม่ ทั้งนี้ในอดีตจะมีบางคดีที่ไม่มีสิทธิขอลดโทษ เช่น คดียาเสพติด คดีข่มขืนกระทำชำเรา คดีทุจริตในภาครัฐ

แต่ระยะหลังๆ เข้าใจว่าคงได้แล้ว แต่อาจได้น้อยกว่าคดีอื่นๆ ซึ่งแบบนี้ก็จะมีผลทางจิตวิทยา คือคนที่คิดทำผิดก็จะไม่กลัวกฎหมาย

48 ปียังเหลือติดจริงแค่ 7 ปี อันนี้มีปัญหาแน่นอน เป็นคำถามตัวโตในระบบยุติธรรมของบ้านเรา นี่เป็นช่องโหว่หรือเป็นมาตรการแก้ปัญหาอะไร? มันสร้างปัญหาใหม่นะแบบนี้

แล้วโดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ไปวางระเบียบ เช่น นักโทษชั้นเยี่ยมจะขอได้ง่ายขึ้น ถี่ขึ้น ปีเดียวลดตั้ง 38 ปี มากไปหรือเปล่า? คือทยอยลดก็อีกเรื่องหนึ่ง

นี่จาก 48 เหลือ 16 จาก 16 เหลือ 10 ผมเข้าใจว่าระเบียบราชทัณฑ์มีปัญหาแล้ว อาจต้องเอากลับมารื้อกันใหม่ว่ามันไปทำให้เกิดอำนาจซ้อนอำนาจ อำนาจเหนือศาล

และคนผิดไม่ได้รับผิดแบบสมน้ำสมเนื้อกับความเสียหายที่เขาก่อ”

อืมม..แล้วท่านล่ะรู้สึกอย่างไร?.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”