เสียงจากบุคลากรสาธารณสุข

เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด!! ต่างด้าวแห่คลอดลูก รพ.ในไทย หวังใช้สิทธิฟรีเทียบเท่าบัตรทอง

นี่..พาดหัวข่าวของ “ผู้จัดการออนไลน์” ซึ่งเห็นปุ๊บก็ให้สะดุดตา ต้องรีบอ่านเนื้อหา-รายละเอียดข่าวต่อทันที และใคร่ขออนุญาตคัดลอกมาให้ผู้อ่านได้พิจารณาไปด้วยกัน ดังนี้

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เพจ "Drama-addict" ได้ออกมาโพสต์วิกฤตสุขภาพ หลังมีต่างด้าวแห่คลอดลูกโรงพยาบาลในประเทศไทย ใช้สิทธิฟรีเทียบเท่าบัตรทอง

ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสาธารณสุขคนไทย โดยทางเพจระบุว่า “ลูกเพจที่เป็นบุคลากรการแพทย์แถวชายแดนฝากมา ฝากสื่อขยายผลหน่อยนะครับ

จ่าคะ เราเป็นบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ชายแดนแห่งหนึ่งในประเทศไทย หญิงตั้งครรภ์ข้ามมารักษาจากพม่า สิทธิชำระเงินเอง เป็น case GA 30 wks PPROM with Breech

advice เรื่องแผนการรักษา แม่ที่ต้องนอนนาน ค่าผ่าตัดคลอด ลูกที่ต้องนอน NICU นาน ค่าใช้จ่ายรวมๆ กันน่าจะหลายแสนรวมแม่กับลูก

คนไข้มาพร้อมกับล่ามที่พูดภาษาไทยได้ บอกรู้ว่าหลังจากที่ลูกคลอด เขาสามารถเอาใบรับรองการเกิดลูกไปทำสิทธิเพื่อรักษาฟรีได้ บอกตรงๆ พยาบาลอึ้งค่ะ

เขารู้กันขนาดนี้ ส่งต่อกันไปขนาดนี้ แล้วประเทศไทยจะแบกรับต่อไปไหวแค่ไหนอะ ไม่ใช่เฉพาะแค่ค่ารักษา แต่ภาระงานที่เพิ่มขึ้น

การเข้าถึงระบบสาธารณสุขของคนไทยที่ล่าช้าลง เพราะมีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงในระบบสาธารณสุขไทยมากขึ้นหลายเท่า

คนไข้คนไทยมา รพ.กว่าจะได้ตรวจเพราะรอคิวนานมากขึ้น ไปตรวจ OPD หรือ admit ตามวอร์ด มีแต่ต่างชาติเต็มไปหมด

ประเทศไทยมีกองทุนสิทธิ ท.99 (สิทธิบุคคลผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ) จริง จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้รับรองปัญหาต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิการรักษาใดๆ

ซึ่งเมื่อคนไข้ได้สิทธินี้จะไม่ได้จ่ายเงินค่าการรักษาเลย โดยจะดึงเงินจากกองทุนมาช่วย support ค่าใช้จ่ายของคนไข้ให้กับโรงพยาบาลที่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายจากคนไข้เหล่านี้

ซึ่งตอนนี้ปัญหาคือ คนต่างด้าวส่งต่อกันไปทั่วแล้วว่าประเทศไทยเราสามารถ support พวกเขาได้จากสิทธิตรงนี้

ไหนจะการซื้อบัตร UC ที่ได้สิทธิการรักษาเทียบเท่ากับบัตรทองคนไทยทุกอย่าง อีกไม่นานระบบสาธารณสุขไทยคงล่มจม ถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงไม่ take action ปัญหาตรงนี้

สงสารแต่บุคลากรไทยที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น และคนไทยที่เสียภาษีอย่างถูกต้องที่ต้องมาเสียผลประโยชน์จากช่องโหว่ที่ประเทศเราทำขึ้นมา

สำหรับบุคลากรสาธารณสุขคนหนึ่ง เราว่าตอนนี้มันเกินคำว่ามนุษยธรรมไปมากแล้วนะ #เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด

อยากให้จ่าตรวจสอบสิทธิ ท.99 ที่จัดตั้งขึ้นมาตรงนี้ มาจากภาษีประชาชนคนไทยมั้ยคะ
ตอนนี้ยอดคลอดที่นี่ ต่างด้าวมากกว่าคนไทย 2 เท่าแล้วค่ะ เดือนที่แล้วคนไทยคลอด 80 ต่างด้าว 160”

ครับ..อ่าน-พิจารณาแล้วมีความเห็น-ความรู้สึกกันอย่างไรไม่ทราบ สำหรับผมแอบนั่งคิด-นั่งใคร่ครวญมาตลอดในห้วงปีกว่าๆ จากการที่ต้องพาแม่ไปรักษาตัวใน รพ.รัฐ

เห็นภาพตรงกับที่บุคลากรทางการแพทย์ท่านนี้บรรยายเป๊ะ เคยแอบถามพยาบาลสาวเหมือนกัน นี่เราต้องรับรักษาคนต่างด้าวมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?

“ฟรีด้วย” เธอบอกก่อนที่จะผละเดินไปรักษาผู้ป่วย..ฟรีด้วย ผมทวนคำในใจ พลางคิด ระบบสาธารณสุขไทยไม่ล่มจมวันนี้จะล่มจมวันไหนอีกล่ะ?

ก็..ควรได้เวลาที่รัฐบาลหรือกระทรวงสาธารณสุขจะได้แอ็กชันกับปัญหานี้อย่างที่บุคลากรทางการแพทย์เธอสะท้อนแล้วล่ะครับ

“มันเกินคำว่ามนุษยธรรมไปมากแล้ว” จริงๆ นั่นแหละ เราหละหลวม ปล่อยปละละเลยกับเรื่องนี้มานาน จะด้วยเพราะคำว่ามนุษยธรรม หรือไม่ตระหนัก-ไม่ใส่ใจอย่างไรก็ตาม..

ต้องกลับมาคิด-ทบทวนเสีย ณ บัดนาว อย่าให้คนไทยที่เสียภาษีอย่างถูกต้องต้องมาเสียผลประโยชน์จากช่องโหว่นี้เลย!

เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด..ยิ่งได้ทราบเดือนที่แล้วคนไทยคลอด 80 ต่างด้าว 160 ด้วยแล้ว ให้สยอง ขนลุก-ขนพอง มันไม่แค่เอ็นขาด..

ไม่นาน ประเทศชาติก็ต้องถูกต่างด้าวยึด!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”