
ไทยโพสต์...หลังกลับเข้าสู่โหมดการทำงาน-การใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติ ตามปฏิทินประจำปี 2568 กันแล้ว ตลอดปี 2568 ที่เป็นปีมะเส็ง นักวิเคราะห์การเมืองหลายสำนักก็ยังมองว่า การเมืองไทยปีหน้า ก็ยังมีหลายเรื่องให้น่าติดตาม เช่น การเลือกตั้งนายก อบจ. 47 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ก.พ.2568 ที่หลังจากนี้แกนนำพรรคการเมือง-นักการเมืองหลายคนจะไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครที่ลงในนามพรรค ซึ่งรอบนี้มีสองพรรคการเมืองส่งคนลงสมัครอย่างเป็นทางการ คือ พรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชน...ในส่วนของเพื่อไทยก็มีข่าวว่า สุดสัปดาห์นี้
ทักษิณ ชินวัตร จะไปช่วย นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย ภรรยานายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นักการเมืองคนดังเมืองเชียงราย คนสนิทนายทักษิณ ชินวัตร ที่ลงสู้กับนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย สมัยที่ผ่านมา จากบ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์ ที่ลงสมัครอิสระ แต่พบว่าการเลือกตั้งปี 2566 คนในเครือข่ายตระกูลวันไชยธนวงศ์ลงสมัคร สส.ในนามพรรคภูมิใจไทย โดยทักษิณนอกจากไปช่วยหาเสียงให้แล้ว ก็จะขึ้นเวทีปราศรัยด้วย สามเวทีในสามอำเภอภายในวันเดียวแบบไปเช้าเย็นกลับ ...สนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ปกติการแข่งขันก็เข้มข้นอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อทักษิณลงมาช่วยเป็นกำลังให้บ้านใหญ่ตระกูลติยะไพรัชแบบนี้ เลยทำให้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงรายเข้มข้นไม่แพ้ที่เชียงใหม่เลยทีเดียว เพียงแต่ที่เชียงใหม่เป็นการสู้กันของแดง-เพื่อไทย กับส้ม-พรรคประชาชน แต่ที่เชียงรายเป็นการสู้กันระหว่าง แดง-เพื่อไทย-ทักษิณ-ยงยุทธ กับตระกูลวันไชยธนวงศ์ที่มีพรรคสีน้ำเงินคอยเอาใจช่วยห่างๆ....
สำหรับการเมืองไทยในปีนี้ก็มีนักวิเคราะห์หลายสำนัก นักการเมืองออกมาประเมินและคาดการณ์กันไว้แล้วหลายคน ก็เก็บตกมาบันทึกไว้ให้อินเทรนด์ อย่างความเห็นของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ประเมินถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2568 ว่า การเมืองปี 2568 สำหรับรัฐบาลได้ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 เป็นเวลาเกือบครึ่งเทอม เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความเข้มข้นของการเมืองมากกว่าปีแรกๆ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอีกมาก ส่วนตัวจึงเชื่อว่าปี 2568 การเมืองอาจจะรุนแรงมากกว่าปี 2566 และ 2567 อย่างไรก็ตาม หากเราได้ร่วมมือกัน โดยเฉพาะรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชนที่เดือดร้อนในขณะนี้ได้ ความร้อนแรงก็จะลดลงไป รัฐบาลก็อาจจะอยู่ครบเทอมก็ได้
นอกจากนี้ “ประธานรัฐสภา” ระบุว่านักการเมือง ทั้ง สส.และ สว.ก็มีพัฒนาการไปในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น การอภิปราย การทำการบ้านของสมาชิกรัฐสภาก็เป็นไปด้วยดี มีหลักมีฐาน การประชุมสภาในปี 2567 ที่ผ่านมาก็ไม่เคยล่ม องค์ประชุมครบ เราอยู่ทำงานกันจนดึกดื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หวังว่าในปี 2568 เฉพาะในด้านนิติบัญญัติคงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีกฎหมายอีกหลายฉบับที่กำลังรอให้สมาชิกได้พิจารณาให้จบ รวมทั้งญัตติความเดือดร้อนต่างๆ ก็จำเป็นต้องใช้รัฐสภาในการพิจารณาแก้ไข... เป็นการประเมินและข้อคิดเห็นของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต่อทิศทางการเมืองไทยในปีนี้
และเรื่องการเมืองไทยในปีนี้ที่หลายคนจับตามองก็คือ “การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน” ในช่วงสมัยประชุมสภารอบนี้ ที่คาดว่าจะยื่นกันช่วงเดือนเมษายน ฟาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แพลมไว้ว่า รายละเอียดการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ที่ได้มีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรอบเวลาจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมแน่นอน เรื่องการจัดสรรโควตาอภิปรายก็จะมีการหารือต่อไป แต่รายละเอียดของเนื้อหาอภิปรายยังไม่ได้หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และแนวปฏิบัติที่ผ่านมาพรรคร่วมก็จะไม่ได้แบ่งปันข้อมูลกัน เพราะการทำงานก็จะต่างจากรัฐบาล แต่ละฝ่ายจะมีข้อมูลของตนเอง... รอดูกันว่า พรรคส้มยุคณัฐพงษ์ที่คนมองว่าไม่ตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นเหมือนยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สุดท้ายจะทำหน้าที่ได้ดีเหมือนสมัยยุคพรรคก้าวไกลหรือไม่ หรือจะต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยทำไว้.
“เต่ามังกร”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

