
สำหรับ FC เพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น สส.ในพรรค หัวคะแนน ข้าราชการที่ได้ตำแหน่งเพราะทักษิณและตัวแทนทักษิณ นักธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากนโยบายและโครงการต่างๆ ของทักษิณ พวกเขาจะมองว่าทักษิณเป็นคนเก่ง อาจจะเก่งที่สุดในประเทศไทยแบบไม่มีใครเทียมทาน เป็นคนดีที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี พวกเขาจะมองข้ามการกระทำของทักษิณ ไม่ว่าดีหรือเลว ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย พวกเขาจะรับได้หมด เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากการกระทำของทักษิณ พวกเขา
พร้อมที่จะเชื่อว่าทักษิณโดนกลั่นแกล้ง ทักษิณโดนยัดเยียดข้อหาจากคนที่อิจฉาริษยาความเก่ง ความรวยและความนิยมของทักษิณ FC เหล่านี้ไม่เคยมองเรื่องจริยธรรม ไม่เคยมองว่าการกระทำบางอย่างของทักษิณเป็นผลร้ายแก่ประเทศชาติอย่างไร พวกเขามองแต่ว่าพวกเขาได้ประโยชน์อะไรจากนโยบายและโครงการต่างๆ ของทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง หรือช่วงที่มีตัวแทนหุ่นเชิดของทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงลงคะแนนเลือกคนของพรรคเพื่อไทยให้ได้เป็น สส. ทำให้พรรคเพื่อไทยได้ สส.เขตเป็นจำนวนมาก จนสามารถชนะการเลือกตั้งได้ทุกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 เป็นต้นมา เพิ่งจะมาแพ้พรรคสีส้มในการเลือกตั้งปี พ.ศ.2566 นี่เอง แต่ก็แพ้ไม่มาก เพียงแค่ 10 เสียงเท่านั้น แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจุดยืนเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของพรรคสีส้ม ทำให้หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 จึงได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทักษิณออกจากประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2549 เพราะถูกยึดอำนาจจากการทำรัฐประหารของนายทหารที่มองประเทศชาติด้วยความเป็นห่วง เป็นการทำรัฐประหารที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมีความพึงพอใจและออกมาให้กำลังใจทหารกันมากมาย
หลังจากที่ทักษิณหนีการติดคุกออกนอกประเทศไปเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ทักษิณไม่เคยที่หยุดตอแยกับประเทศไทย เขายังคงพูดกับคนในพรรคและ FC ของเขาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลหลายครั้งหลายครา เนื้อหาส่วนใหญ่ก็คือ การตำหนิรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ตำหนิความไม่เป็นประชาธิปไตย กล่าวหาความเป็นเผด็จการ และด้อยค่าการทำงานของรัฐบาลที่ไม่ใช่ตัวแทนหุ่นเชิดของเขา และมักจะพูดว่าเขาอยากกลับประเทศไทย แต่ที่กลับไม่ได้เพราะมีคนไม่ต้องการให้เขากลับ ทั้งๆ ที่แท้ที่จริงแล้วเขาจะกลับมาเมื่อใดก็ได้ เพียงแต่ต้องกลับมาติดคุกตามที่ศาลตัดสิน แต่ทักษิณพูดชัดเจนว่าเขาจะกลับมาประเทศไทย และจะต้องไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว เขาพยายามแสดงให้คนเห็นว่าเขาพร้อมที่จะวางมือจากการเมืองเพื่อที่จะกลับมาเลี้ยงหลาน
การพูดจาเกี่ยวกับประเทศไทยของเขาเป็นที่พึงพอใจของ FC เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการตำหนิด้อยค่ารัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร หรือข้อเสนอแนะที่เขาบอกว่าผู้นำของประเทศไทยควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้มีเสียงเรียกร้องอยากให้ทักษิณได้กลับประเทศไทยอย่างเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุก และในที่สุดเขาก็สามารถกลับมาได้ตามที่เขาต้องการ ส่วนการกลับมาจะมีข้อตกลงอะไรที่เรียกกันว่า “ดีลลับ” หรือไม่ ไม่มีใครรู้ได้ ก่อให้เกิดข่าวลือและคำนินทาต่างๆ นานา
ทันทีที่กลับมาถึงประเทศไทยได้เพียงคืนเดียว ทักษิณก็มีการกระทำหลายอย่างที่มีคนตั้งข้อสงสัยว่าการกระทำต่างๆ ของทักษิณนั้นเป็นการส่งเสริมหรือสร้างความเสื่อมถอยให้พรรคเพื่อไทย รวมทั้งการผลักดันให้ลูกสาวได้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วตัวเองก็มีบทบาททางการเมืองมากมายจนคนมองว่าลูกสาวเป็นเพียงหุ่นเชิด ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีตัวจริง ลองมาไล่เรียงดูว่าทักษิณทำอะไรบ้างตั้งแต่กลับมาประเทศไทย และการกระทำเหล่านั้นเป็นการเสริมสร้างพรรคเพื่อไทยให้มีคะแนนเสียงดีขึ้น หรือสร้างความเสื่อมเสียให้พรรคเพื่อไทยที่ทำให้คะแนนนิยมลดลง และสำหรับลูกสาวที่เขาผลักดันจนได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น บทบาททางการเมืองของทักษิณทำให้คะแนนนิยมของลูกสาวดีขึ้น หรือทำให้คนมองว่าลูกสาวไม่มีปัญญาที่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ่อจึงต้องออกมาทำแทน ใครจะบอกว่ามันอาจจะผิดกฎหมายเรื่องการครอบงำ ทักษิณก็จะบอกว่า เขาเป็นพ่อ เขาไม่ได้ครอบงำ แต่เขาครอบครอง ลิ่วล้อก็บอกว่าพ่อสอนลูก ผิดตรงไหน มาดูกันว่าทักษิณทำอะไรบ้าง แล้วลองคิดต่อนะว่าการกระทำที่ว่านั้น “ส่งเสริม” หรือสร้างความ “เสื่อมถอย” ให้พรรคและลูกสาว
- ไม่ยอมคิดคุก ไปอยู่ห้อง VVIP ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ
- อ้างสิทธิส่วนบุคคลไม่ให้หมอเปิดเผยอาการป่วยเป็นเวลา 180 วัน
- เมื่อออกมาพักโทษไม่มีอาการของคนฟื้นไข้ แต่จะร่อนไปโน่นไปนี่แบบคนแข็งแรง
- ไปตีกอล์ฟ ไปงานเลี้ยง มีการร้องเพลงอย่างสนุกสนาน
- ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองสวนทางกับความถูกต้อง
- ผลักดันเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์จากเกาะกูดกับกัมพูชาตาม MOU 44
- ผลักดันการมี Entertainment Complex ที่มีบ่อนเสรี
- ตระเวนหาเสียงให้นายก อบจ.ในจังหวัดต่างๆ แต่พูดนโยบายระดับชาติ
- ออกมาพูดนโยบายและโครงการต่างๆ ที่ต้องการให้รัฐบาลทำ แทนที่จะให้ลูกสาวพูด
- พูดจาเรื่องนโยบายต่างประเทศที่ผิดหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- พูดจาก้าวร้าว หยาบคาย ด่าประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
- พูดจาเหยียดผู้หญิงแอฟริกาและผู้หญิงทำศัลยกรรมที่กระทบลูกสาวของตัวเอง
- ออกมาตำหนิ รวมทั้งพูดจาเหมือนขับไล่พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีหน้าที่
- เข้าร่วมประชุมกับพรรคเพื่อไทยทั้งๆ ที่ไม่มีหน้าที่ใดๆ
ยังมีอีกมากมาย ถ้าหากไปค้นหาใน Digital Foot print น่าจะเจออีกมาก แต่ก่อนนี้การกระทำหลายอย่างเขาทำแบบกระมิดกระเมี้ยนมาก่อน แต่เวลานี้เขาทำอย่างโจ่งแจ้ง แบบไม่เกรงใจใคร เพราะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องมาตั้งหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีความผิดใดๆ ทำให้เขาเหิมเกริมมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆ ที่เขาทำนั้นไม่มีหน่วยงานใดชี้ว่าเขามีความผิด เขาจึงมีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็มีคำถามชวนคิดว่าเขากำลังส่งเสริมพรรคเพื่อไทย ส่งเสริมลูกสาว หรือว่าเขากำลังสร้างความเสื่อมถอยให้แก่พรรคเพื่อไทยและลูกสาวกันแน่...เราถาม แล้วคนในพรรคเพื่อไทยและลูกสาวจะถามบ้างหรือเปล่านะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไปหาหมอมา…นึกถึงรัฐสวัสดิการ
มื่อวานผมตื่นแต่เช้าครับ มีนัดไปโรงพยาบาล หลังจากพักนี้มีอาการเวียนหัวเหมือนจะวูบเป็นบางครั้ง
เตือนภัยระดับสีแดงเข้ม!
เห็นคำว่า “เตือนภัยระดับสีแดงเข้ม” ผมนึกว่ามีประกาศอะไรด่วนเสียอีกครับ
รักอย่างเดียว…พรุ่งนี้กินอะไร?
มีจดหมายจากคนคุ้นเคยมาอีกแล้วครับ “คุณเพนเฟรนด์” เราเป็นเพื่อนกันทางอีเมลมาพักใหญ่ คุยกันตั้งแต่เรื่องการเมือง
'AI'กับ'เครื่องมืออันเก่าแก่'
ดูเหมือนว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ ใช้ชีวิตอยู่ ในทุกวันนี้...มันน่าจะมีอยู่ 2 โลกหรือ 2 ใบด้วยกัน อันแรก...คือ โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่สิ่งใดๆ ที่เห็น มันก็ย่อมต้องเป็นไปตามนั้น เห็นนกเป็นนก
แค่คุยกัน…ถึงกับเปลี่ยนไป!
แป๊บเดียว วันอาทิตย์อีกแล้วครับ วันนี้มีจดหมายสามฉบับมาชวนคุยกัน
'ซีรีส์ 4' เข้าโผ 'ผู้การกรม'
ทิศทาง “กรมปทุมวัน” ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา แม่ทัพใหญ่สีกากี ถูกถ่ายทอดผ่านนโยบาย 9 ข้อ ไปสู่ตำรวจระดับ “นายพล” ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้สโลแกน

