นายกฯอุ๊งอิ๊งกลัวอะไร?

“กาสิโน คือบ่อนการพนัน..

รัฐบาลเปิดบ่อนกาสิโน ก็เท่ากับว่า รัฐบาลเป็นนักเลงคุมบ่อน...มีสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะไปหมด ยังไม่คิดจะทำ

ประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้เรียกร้องให้เปิดบ่อนสักกะหน่อย ตอนหาเสียงก็ไม่เคยมีนโยบายนี้นะ เห็นแต่ว่ามีเกลียดมีกลิ่นมีสักมีสีมีกะเทียม”

เนี่ย..เป็นเสียงจากคุณสุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน” ศิลปินแห่งชาติ จะใช่หนึ่งในกลุ่มของทุนสีเทาเจ้ามือบ่อนใหญ่จ้องล้มบ่อนกาสิโนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ตามที่คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาลอ้างแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนกับที่ไม่รู้ว่าจากนี้จะมีเสียงของนักร้อง นักแสดง ดาราท่านไหน..

ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องบ่อนกาสิโนตามศิลปินเพื่อชีวิต (ของแท้) บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะเสียงของคุณโน้ส-อุดม แต้พานิช จะคิดเห็นประการใด..

อยากดู-อยากรู้-อยากฟัง “เดี่ยวไมโครโฟน” ขึ้นมาแล้วสิ!

เออ..แล้วรู้มั้ยนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กลัวอะไรมากที่สุดในตอนนี้..ไม่ต้องเสียเวลาเดาหรือคิดให้ปวดหัว ผมตอบให้เลยก็ได้..

เธอกลัว “วันพฤหัสบดี” ครับ!

ทำไม..อ่านที่คุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาเอาเถอะ..

“วัตถุประสงค์ของการตั้งกระทู้ถามคือการนำเรื่องเร่งด่วน ที่เป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนั้น และเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สส.ต้องการมาถามจึงเกิดกระทู้ด่วนตามข้อบังคับ

แต่ถ้าหากเป็นกระทู้ด่วนแล้วผู้ตอบ ซึ่งหมายถึงนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบในวันนั้น เหตุการณ์ก็ไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน กระทู้ถามจึงไม่มีประโยชน์ตามข้อบังคับ 

ผมขอยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของกระทู้ถามสดนั้น เป็นกระทู้สดที่ผู้ถามถาม รัฐบาลเป็นผู้ตอบมาตอบ เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ถ้าไม่มาตอบเลื่อนไป ก็ไม่เป็นกระทู้สด..

 เข้าใจรัฐบาลว่ามีเรื่องเยอะ แต่วันพฤหัสบดีวันเดียวใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมีเรื่องกระทู้สด และกระทู้ทั่วไป เป็นเรื่องที่คณะรัฐบาลต้องให้เวลากับสภา”

ครับ..ในรอบ 1 สัปดาห์ มีอีกตั้ง 6 วันที่นายกฯ แพทองธารสามารถจะเดินทางไปตรวจงาน-เยี่ยมชาวบ้านตามต่างจังหวัด แต่ไม่..

ท่านเจาะจงเลือกเอา “วันพฤหัสบดี” ที่มีการประชุม ตอบกระทู้ในสภาไปพบชาวบ้าน เพื่อที่จะหัดพูดภาษาเหนือ ภาษาอีสาน ภาษาใต้ ภาษายาวี และ “เซลฟี” หนุกหนานเบิกบานอุรา!

อย่างลงไปยะลา-นราธิวาส ยกเว้นปัตตานีบ้านผมเมื่อวันก่อน ไม่รู้ว่าท่านจะลงไปทำไม สื่อมวลชนที่ตามไปก็ไม่เห็นจะมีข่าวสลักสำคัญอะไรนำเสนอ

นอกจากไปเดินให้เจ้าหน้าที่ยกมือไหว้แล้ว ก็มีภาพหัดพูดภาษายาวีทักทายชาวบ้าน และเซลฟีถ่ายรูปกับนักเรียนและประชาชนที่มาต้อนรับเท่านั้น!

แบบนี้จะไม่ให้ผู้คนเขานินทาว่า..ลงพื้นที่เพื่อหนีการตอบกระทู้ถามสดได้อย่างไร? ถ้ากลัววันพฤหัสฯ จนขี้ขึ้นสมอง แนะนำลองปรึกษานายทักษิณผู้พ่อเป็นไง?

เผื่อบางทีจะเกิดความคิด-แก้ปัญหา ไม่ต้องมีวันพฤหัสบดีก็ได้ อย่าทำเป็นเล่นไป บุคคลพิเศษ-ยิ่งใหญ่ เป็นพ่อทุกสถาบันน่ะ จะทำอะไรใครก็อย่าได้คิดขวาง!

ดูอย่างไปปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.ที่ จ.นครพนมสิ.. “ในฐานะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี และได้รับพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณให้ตนได้กลับมารับใช้ประชาชน

จึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเราอยู่อย่างมีความสุข”

กี่เวทีแล้วที่พูดประโยคลักษณะนี้..

กกต.ยังสบายดีอยู่ใช่ไหม?.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตโลกใกล้แล้ว!

จำขี้ปากเขามา.. ทำหนัง..ถ้าโดนใจคนดูก็เหมือนนั่งพิมพ์แบงก์ กลับกันทำแล้วไม่มีคนดู ก็เหมือนนั่งเผาเงินทิ้ง!

ฐานันดร4ตายแล้ว?

 “จริงๆ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการประท้วงด้วยการไม่เข้าใช้บริการปั๊ม PT และร้านกาแฟพันธุ์ไทย อย่างน้อยๆ ถ้าประชาชนไม่ทำอะไร ประชาชนก็น่าจะส่งสัญญาณได้ว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแบบนี้ไม่โอเค..”

กระบอกเสียง..อาสา!

“#อินฟลูฯ คือ ผู้มีอิทธิพล คำถามคือมีอิทธิพลกับใคร ถ้าเป็นดาราแล้วมีอิทธิพลกับคนดู อันนี้เข้าใจได้ แล้วถ้าเป็นครูแล้วมีอิทธิพลกับเด็กนักเรียน แบบนี้เป็นอินฟลูฯ ไหม

สังคมของวาทกรรม

ไม่รู้จะทำได้กันสักกี่มื้อ? ผมหมายถึงการหิ้วปิ่นโตก็ดี การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ดี การซื้อ (ข้าว) กินเองก็ดีของบรรดาท่าน สส.ผู้ทรงเกียรติที่รัฐสภานั่นแหละ

จะเลือกทำไม?

“ขณะนี้รู้สึกเหมือนว่าประเทศเราได้กลับไปสู่ยุคมืด แม้กระทั่ง สส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ต่อจากนี้จะมีใครอยากจะมาเป็น สส.

ไม่รู้จะห่วงไปทำไม?

“ถึงเวลาหรือยัง.. ที่เราจะปลดล็อกสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนันให้กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถฝึกฝนเป็นอาชีพหรือเล่นเพื่อการบันเทิงได้”