ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์-ทักษาเดิมและลีลาทักษาจรและดาวจรบ่งบอกความยุ่งยากทางเศรษฐกิจ
ทักษาเดิม ภูมิอาทิตย์
ทักษาจร ระหว่าง 21 เมษายน 2568-21 เมษายน 2569 ตกภูมิอาทิตย์ พระศุกร์เป็นกาลกิณีจร
พระเสาร์จร (7)-เดินผิดปกติในราศีมีน ระหว่าง 19 พฤษภาคม-23 สิงหาคม 2568
ทับพระศุกร์ดวงเดิม (๖)
-ทำมุมพิเศษถึงราศีพฤษภ และถึงพระอังคาร (๓) และพระเกตุ (๙) ดวงเดิม
-และถึงราศีธนูถึงพฤหัสบดีดวงเดิม (๕) และพระเสาร์ดวงเดิม (๗)
แม้ผู้เขียนจะให้สัมภาษณ์และเขียนก่อนล่วงหน้าประมาณสามปีมาแล้วว่าเรื่องยุ่งยากทางเศรษฐกิจของประเทศจะดักทางการปฏิวัติใหญ่ทางเศรษฐกิจเพื่อให้เมืองตีฝ่า โดยทางโหรอาการจะเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่วันคล้ายวันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
แถมยังปากไม่ดีพูด-เขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำนายดวงเมืองปี 2568 เน้นไปที่รายการ ฟังหูไว้หู ที่ คุณวีระ ธีรภัทร และน้องนุ่น ชุติมา พึ่งความสุข ทางช่อง 9 อสมท ดูจะมีผลกระทบวงกว้าง ด้วยประโยคที่ว่า ผู้เขียน "จะขายหุ้นทุกตัวออกก่อน 21 เมษายน 2568”
ผลคือ เจอหน้าใครก็ถูกถามเรื่องนี้ รวมทั้งท่านที่มาดูดวงชะตากับผู้เขียนที่ตลาดบองมาเช่ ระยะนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อขอความกระจ่างในเรื่องขายหุ้นก่อนวันที่ 21 เมษายน 2568 บางท่านถึงขนาดขอคำแนะนำจัดการกับพอร์ตหุ้น
อาการนี้ทำให้ผู้เขียนตาเหลือกรีบอธิบายว่า นี่มันพอร์ตส่วนตัว และผู้เขียนจะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับพอร์ตหุ้นใครทั้งสิ้น เพราะพอร์ตใครก็พอร์ตใคร แถมดีไม่ดี ก.ล.ต.จะถามหาเอา
สำคัญคือ ผู้เขียนทำนายตามดวงชะตาเมืองเท่านั้น แถมด้วยดวงชะตาตลาดหุ้นด้วย
สำคัญกว่านั้นคือ ครูโหรที่มีวุฒิภาวะรวมทั้งอ.เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับท่านเคยเขียนสอนกันไว้ว่า ดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นสิ่งบ่งบอก แต่การกระทำเป็นของมนุษย์ (เจ้าชะตา) นั่นคือ ใช้ดวงชะตาหรือดวงดาว เป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่สิ่ง ดลบันดาล เพราะอยากได้อะไรก็ต้องทำเองดังคำสอนของพระพุทธองค์
จึงท่านใดมาดูดวงชะตา ผู้เขียนมักจะบอกว่า ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของดวงชะตา แล้วอีกครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของการกระทำ
คำถามสำหรับ ครึ่งแรกคือ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าโหร รวมทั้งผู้เขียนเองจะแม่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับดวงชะตาเมืองที่ผู้เขียนมีความรู้ทางเศรษฐกิจที่จะใช้ประกอบคำทำนายก็ แค่หางอึ่ง เรียนบัญชีก็ไม่จบปริญญาตรี เรียนเศรษฐศาสตร์ก็แค่เบื้องต้น แม้จะเคยวิ่งทำข่าวด้านพลังงานและสายเศรษฐกิจบางกระทรวงมาก่อน แต่ ไม่ได้เชี่ยวชาญ-เซียนระดับอดีตหัวหน้าข่าวเศรษฐกิจอย่างคุณวีระ ธีรภัทร
นอกจากความรู้ทางเศรษฐกิจมีจำกัดแล้ว วิชาโหราศาสตร์ก็ช่างล้ำลึกมาก เรียนไปเรียนมาเหมือนยิ่งไม่รู้ หรือบางครั้งทำนายช้างออกม้า เช่นที่เคยบอกว่า คุณอนุทิน ชาญวีรกูล จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ ได้อะไรที่สำคัญ
ผลคือ คุณอนุทินท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงคู่กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แทนการได้เป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของการกระทำนั้น หากเมืองได้นายกรัฐมนตรี และมือเศรษฐกิจชั้นเยี่ยมมารับมือ ก็ไม่แน่ว่าวิกฤต หรือความยุ่งยากทางเศรษฐกิจจะเกิด
หรือหากจะเกิดก็อาจจะลดขนาดความรุนแรงและระยะเวลาความทุกข์ลง ไม่ถึง ขนาดต้มยำกุ้งที่เกิดเมื่อปี 2540 ที่ผู้เขียนในฐานะหัวหน้าข่าวการเมืองได้รู้-เห็นและทำข่าวตลอด แต่ก็เป็นในเชิงการเมือง
สำคัญกว่านั้น คือ แม้เมืองจะเกิดวิกฤตหรือมีปัญหาเศรษฐกิจ แต่ประชาชนรายบุคคลไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนกันทั้งหมด บางท่านอาจจะรวยเพราะวิกฤตก็ได้
เช่น เมื่อปี 2540 ยังมีคนรวยจากการลอยตัวค่าเงินบาท
อีกทั้งคราวนั้นท่านที่ไม่มีหนี้ แต่มีเงินฝากพากันได้ดอกเบี้ยงามมาก
เมื่อทำความเข้าใจกันดังนี้แล้ว ตอนต่อไป เพื่อไม่ให้เป็น โหนต่องแต่ง ประเภท อยากทำนายอะไรก็ทำไปโดยไม่รับผิดชอบ ผู้เขียนจึงจะเฉลยข้อสอบว่า เอาหลักอะไรมาทำนายดวงเมืองชะตาเมืองถึงลางร้ายทางเศรษฐกิจที่จะเริ่มก่อตัวตั้งแต่ประมาณ 21 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
เพราะในที่สุดโหรอยู่ได้และยืนยง ด้วยหลักโหร
แต่ถ้าคำทำนายจะพลาดหรือผิด ก็ขอให้เป็นเพราะตีความหลักโหรพลาด หรือผิด ซึ่ง ก็ยังดีกว่าเป็นโหรที่ไร้หลัก (ยังมีต่อ).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี-ตอนที่สอง
ในทางโหรพฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปการมาก
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี
ในทางโหรพฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปก
ตัวเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจแย้มโฉมหน้า
ระยะเวลาเจ็ดปีที่มฤตยูจร (0) ซึ่งหนึ่งในความหมายทางโหรคือการปฏิวัติใหญ่ล้มล้างสิ่งเก่าไม่เลือกหน้าเพื่อสถาปนาสิ่งใหม่ เข้าเดินในราศีพฤษภ ซึ่งเป็
อายุเมืองครบ 244 ปี
และแล้วเมืองรัตนโกสินทร์ที่ถือกำเนิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น.ก็จะอายุครบ 244 เต็ม ปีในวันที่ 21 เมษายน 2569 ย่างเข้า 245 ปี
ลีลาของรัฐบาลอนุทิน 2
ในที่สุดรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การนำของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 (รอบที่สอง)

