รถไฟฟ้า-รถเมล์ฟรีลดฝุ่น

ตามที่ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มีความห่วงใยประชาชน จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ของประเทศไทย ที่ปัจจุบันนี้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเข้าดูแลบริหารจัดการด้านโครงข่ายคมนาคม เพื่อลดปัญหา PM 2.5 ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยได้เร่งดำเนินการทุกๆ ฝ่ายเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวกลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้นได้สั่งการและมอบหมายนโยบายให้กับทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง ดำเนินการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนทันที พร้อมเจรจากับผู้ประกอบการด้านรถไฟฟ้าที่ให้บริการประชาชน

ซึ่งได้แก่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อจะให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าฟรีทุกสายในระยะ 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมถึง 31 มกราคม 2568

ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้ข้อมูลว่า จากการดำเนินการนโยบายให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางสาธารณะ (รถเมล์) ฟรี รวมระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-31 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อต้องการให้ปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลดลง และเพื่อให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถสาธารณะ รวมถึงเพื่อเป็นการลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

วันแรกที่เริ่มใช้มาตรการ 25 มกราคม 2568 พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ กทม. ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจากการรายงานของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยังระบุว่า ในวันที่ 25-26 มกราคม 2568 พบว่า จำนวนปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลลดลง 350,000 คัน ส่งผลให้ปริมาณมลพิษในอากาศลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ลดลงประมาณ 2,000 กิโลกรัมต่อวัน และก๊าซไนโตรเจนยังลดลงกว่า 14,800 กิโลกรัมต่อวัน

นอกจากนี้ยังพบว่ามาตรการรถไฟฟ้าและรถเมล์ฟรี มีประชาชนหันมาใช้บริการรถสาธารณะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนใช้มาตรการดังกล่าว โดยจากการรายงานของ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 25-31 มกราคม 2568 ที่ประกาศใช้มาตรการรวมระยะเวลา 7 วัน มียอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 14,506,212 คน-เที่ยว เพิ่มขึ้น 39.62% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนเริ่มมาตรการในวันที่ 18-24 มกราคม 2568 ที่มีจำนวนผู้โดยสารรวม 10,389,766 คน-เที่ยว

ขณะที่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้รายงานข้อมูลสถิติจำนวนผู้โดยสารใช้บริการรถเมล์ฟรี ตั้งแต่วันที่ 25-31 มกราคม 2568 พบว่า มีผู้ใช้รวม 5,007,491 คน เพิ่มขึ้น 36.81% เมื่อเทียบกับ 7 วัน ก่อนเริ่มมาตรการในวันที่ 18-24 มกราคม 2568 ที่มีจำนวนผู้โดยสารรวม 3,660,088 คน ทั้งนี้รถโดยสารของ ขสมก.ยังคงดำเนินการตามแนวทางมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อาทิ การตรวจค่าควันดำรถโดยสารทุกคันก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการ รวมทั้งยกระดับและพัฒนาคุณภาพรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รถโดยสารมีความทันสมัย และสร้างความสะดวก สบายให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน
ดังนั้น หากดูจากตัวเลขยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่า “ราคา” หรือ ค่าโดยสาร มีผลต่อการใช้บริการระบบรถไฟฟ้า ดังนั้นจึงมั่นใจว่ามาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่จะให้บริการครบทุกสี ทุกสาย ทุกเส้นทางในช่วงเดือนกันยายน 2568 นี้ จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากจะช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้บ้างเล็กน้อย ผู้ใช้บริการยังได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง เพราะการคลอด พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ทำให้สามารถใช้บัตรโดยสารใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะอย่างครอบคลุม ทั้งรถไฟ รถเมล์ และเรือโดยสารในราคาที่สมเหตุสมผล ช่วยลดค่าครองชีพในการเดินทางของพี่น้องประชาชน

งานนี้ก็มีแต่จะต้องมาลุ้นฝีไม้ลายมือของรัฐบาลแพทองธารว่ามีแค่ไหน.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจทย์การเงิน...การฟื้นตัวหลังน้ำท่วม

หลังน้ำลด หลายคนเริ่มกลับเข้าบ้าน ร้านค้าเริ่มสำรวจความเสียหาย และผู้ประกอบการทยอยเตรียมกลับมาเปิดกิจการ แต่การกลับสู่ความปกติไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่น้ำลด เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างต้องจ่ายทันที ขณะที่รายได้อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ค่าซ่อมบ้าน อุปกรณ์ทำมาหากิน สินค้าที่ต้องเติมใหม่ ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักชั่วคราว ล้วนเป็นเงินที่ต้องใช้ก่อนจะกลับไปสร้างรายได้ได้อีกครั้ง

จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’

ท่ามกลางระเบียบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความท้าทายของประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่เพียงการประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นแรงกระแทก แต่คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

ชูR&D-ฮาลาลขับเคลื่อนอาหารอนาคต

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานอาหารระดับสากลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทย

คาราวานจิตอาสา

ท่ามกลางสถานการณ์ อุทกภัย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ น้ำใจของคนไทยยังคงหลั่งไหลส่งต่อถึงกัน สะท้อนพลังของคำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก

ประกันภัยเกราะกันกระแทกเศรษฐกิจใหม่

หลังปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่กติกาทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง

เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่

น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน