จับตา'ศก.ไทยปี68'รุ่งหรือร่วง!?

ปี 2568 กระทรวงการคลังได้ประเมินว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เกินกว่า 3% โดยอาจจะขยับขึ้นไปได้ถึง 3.5% หากสามารถดำเนินการได้ตาม 5 เงื่อนไขสำคัญ นั่นคือ 1.เร่งรัดเบิกจ่ายทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุนให้ได้ 80% จากเป้าหมาย 75% ซึ่งการเพิ่มขึ้น 5% คิดเป็นวงเงิน 4.56 หมื่นล้านบาท จะช่วยให้จีดีพีขยายตัวเพิ่ม 0.11% และ 2.ติดตามกระบวนการใช้จ่ายของดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ซึ่งคาดว่าเม็ดเงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่เกินไตรมาส 2/2568 โดยในส่วนนี้จะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1% จากกรณีปกติ

3.ติดตามการลงทุนโครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนในปีนี้ราว 830 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มได้ 0.002% ไม่นับรวม Forward Linkage 4.กระตุ้นการท่องเที่ยวในภาพรวม โดยเฉพาะช่วงการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งหากกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นได้ 5 แสนรายจากเป้าหมาย จะช่วยให้จีดีพีขยายตัวเพิ่ม 0.15% และ 5.การเร่งรัดโครงการลงทุนของเอกชนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะโครงการ Data Center และ Cloud Region หากลงทุนจริงได้รวม 7.5 หมื่นล้านบาท จะช่วยสนับสนุนจีดีพี 0.19%

ในขณะที่ภาคเอกชนหลายส่วนยังมองว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายเรื่องที่อาจจะมีผลกระทบกับไทย และยังต้องติดตาม โดย KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ออกบทวิเคราะห์ โดยได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่หลังวิกฤตการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ช้าและต่ำกว่าระดับศักยภาพเดิมที่ 3% โดยเฉพาะในปี 2568 ซึ่ง 3 ปัจจัยบวกของเศรษฐกิจไทยที่ยังคาดว่าจะอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะแรงส่งจาก “ภาคบริการ” ที่จะลดลงไปมาก

ในขณะที่ปัจจัยลบยังไม่หายไป โดย KKP ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะชะลอตัวลงเล็กน้อยมาที่ระดับ 2.6% โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจสามารถฟื้นตัวได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าของสหรัฐ ที่อาจกระทบต่อการการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยหากภาคอุตสาหกรรมไทยยังไม่ฟื้นตัวและติดลบในอัตราใกล้เคียงกับในปี 2567 จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ช้าลง โดยจะเติบโตได้เพียง 2.0% หรือต่ำกว่านั้น

ประเด็นสำคัญคือ ในสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบัน การประเมินภาพเศรษฐกิจโดยยึดการวัดความสำเร็จผ่านข้อมูลเศรษฐกิจแบบเดิมอาจทำให้การประเมินภาพเศรษฐกิจคลาดเคลื่อน และทำให้มองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นำไปสู่การออกแบบนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง KKP Research ยังคงประเมินว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการรัฐ จากทั้งนโยบายการคลังและนโยบายการเงินในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการฟื้นตัวระยะสั้น และรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคเศรษฐกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าในระยะยาว

ทั้งนี้ หากย้อนไปดูแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 พบว่ายังเป็นการเติบโตที่ต่ำ ไม่เพียงเกิดจากปัจจัยลบที่มากดดัน แต่เกิดจากปัจจัยบวกไม่ได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากเท่ากับที่คาดหวัง โดยเฉพาะมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ดำเนินการเมื่อปลาย ก.ย.ที่ผ่านมา วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท หรือประมาณ 0.7% ของจีดีพี แต่พบว่าการเพิ่มขึ้นของการบริโภคในไตรมาส 4/2567 ในภาพรวมมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับการบริโภคในช่วง 3 ไตรมาสแรก ซึ่งหมายถึงการแจกเงินแทบไม่มีผลต่อการบริโภคภาคเอกชนไทยเลย

ขณะที่การส่งออกไทยอยู่ในช่วงขาลงจากปัญหาความสามารถในการแข่งขันที่แย่ลงเรื่อยๆ และในระยะถัดไปการส่งออกของไทยจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามายังไทยในปีที่ผ่านมา มีจำนวน 35.5 ล้านคน โดยเติบโตขึ้นประมาณ 26.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับที่หลายฝ่ายประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม ผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมกลับยังมีค่อนข้างจำกัด.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

ระวัง! Effect คำสั่งลดค่าการกลั่น อาจเกิดกักตุนน้ำมันระลอกใหม่

วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2567-2569 ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภูมิภาคนี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของพลังงานโลก

สงกรานต์ไทยกระหึ่มบนเวทีโลก

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ “ซอฟต์พาวเวอร์” แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของภาครัฐ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

เทรนด์‘กระบะพลังงานใหม่’มาแรง

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการมุ่งไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ปี 2569-2571 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่ง BEV คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 125,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.8% ขณะเดียวกัน ภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของโลก ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นหลายเท่านั้น

เศรษฐกิจรีเซตผู้บริโภคไทยสู่ ‘SmartSumer’

เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน บวกกับแรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยปรับพฤติกรรมสู่ยุคคิดก่อนซื้ออย่างชัดเจน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย THAI SMARTSUMER 2026 ระบุว่า กว่า 90% ของผู้บริโภคหันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ แซงบทบาทของแพลตฟอร์มดั้งเดิม โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ในบ้านที่ใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนท่องเที่ยวไทย

ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ